นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ตั้งข้อสังเกตถึงเมกะโปรเจกต์แพลตฟอร์มการเรียนรู้มูลค่ารวมกว่า 26,000 ล้านบาท ภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่าไร้ทิศทาง ซ้ำซ้อน และส่อเค้าการฮั้วจัดซื้อจัดจ้างที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเครือข่ายเดียว
เมกะโปรเจกต์ 4 โครงการ ใช้งบ 26,000 ล้าน
นายพริษฐ์ ระบุว่า เมกะโปรเจกต์ดังกล่าวประกอบด้วย 4 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา งบประมาณ 17,000 ล้านบาท ซึ่งรวมการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนการสอนและการแจกแท็บเล็ตให้นักเรียนมัธยมปลาย 500,000 คนขึ้นไป โครงการแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) ของกระทรวงศึกษาธิการ งบประมาณ 3,000 ล้านบาท โครงการ Skill/Credit Portfolio ของกระทรวง อว. งบประมาณ 5,000 ล้านบาท และโครงการระบบคลังหน่วยกิตกลาง ของกระทรวง อว. งบประมาณ 300 ล้านบาท รวมแล้วกว่า 26,000 ล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับการสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) 10 ตึก หรือเทียบเท่างบประมาณประจำปีของ 5 กระทรวงรวมกัน
แพลตฟอร์ม NDLP ใช้ไป 2,000 ล้าน แต่ครูสะท้อนปัญหา
นายพริษฐ์ ชี้ให้เห็นถึงผลตอบรับเบื้องต้นของโครงการ NDLP ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา ที่มีการลงทุนไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท ใช้เวลาพัฒนากว่า 20 เดือน และกำลังถูกใช้งานในโรงเรียนนำร่องกว่า 1,000 แห่ง ครูในโรงเรียนนำร่องสะท้อนว่าแพลตฟอร์มไม่มีสื่อการเรียนการสอนครบตามหัวข้อที่ต้องการ ฟีเจอร์ไม่รองรับการออกแบบโครงสร้างวิชาที่ยืดหยุ่น และระบบสนับสนุนล่าช้า บางครั้งรอส่วนกลางแก้ไขนานเป็นเดือน ขณะที่การอบรมแจ้งล่วงหน้าเพียง 3 วัน
“ผมเข้าใจดีครับว่าปัญหาดังกล่าวนี้มันไม่ได้สายเกินกว่าจะแก้ไข แต่ผมคิดว่าก่อนที่รัฐบาลจะมาขอให้สภาฯ อนุมัติงบหลักพันล้าน หลักหมื่นล้าน เพื่อเดินหน้าเมกะโปรเจกต์นี้ต่อ รัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่าเหตุใดการดำเนินการที่ผ่านมาถึงได้มีความตะกุกตะกักขนาดนี้ และรัฐบาลจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เมกะโปรเจกต์นี้ล้มเหลวในอนาคต” นายพริษฐ์ กล่าว
นโยบายกลับไปกลับมา ไร้ทิศทาง
นายพริษฐ์ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชัดเจนในทิศทางนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เช่น กรณีการแจกแท็บเล็ตที่ก่อนเลือกตั้งตัวแทนพรรคเดียวกันเคยพูดว่าควรกระจายงบให้โรงเรียนและครูที่มีความต้องการจริง แต่ปัจจุบันกลับเดินหน้าแจกแท็บเล็ตเป็นหมื่นล้านบาท รวมถึงกรณีโครงการ Skill/Credit Portfolio ของ สพฐ. ที่รัฐมนตรีประกาศทบทวน แต่กลับเพิ่มงบประมาณจาก 1,600 ล้านบาทเป็น 3,100 ล้านบาทในงบปี 2570 นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งในเรื่องเด็กติดจอ โดยรัฐมนตรีออกมาควบคุมการใช้โทรศัพท์ในโรงเรียน แต่กลับจับมือกับ TikTok ผลิตคลิปสั้น 2 นาทีเพื่อการเรียนรู้
TOR เอื้อประโยชน์ กลุ่มทุนเครือข่ายเดียว
นายพริษฐ์ ระบุว่า ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง โดย TOR ของโครงการต่างๆ มีข้อพิรุธ เช่น โครงการ NDLP ถูกจัดเป็นโครงการจ้างที่ปรึกษาทั้งที่เนื้องานคือการพัฒนาแพลตฟอร์มและผลิตสื่อ ทำให้คู่แข่งเหลือเฉพาะที่ปรึกษาที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลังเท่านั้น ขณะที่โครงการ Skill/Credit Portfolio ของ อว. มีการมัดรวมสัญญาและผูกขาดการผลิตสื่อ โครงการคลังหน่วยกิตกลางกำหนดเงื่อนไขประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ 6,000 จอและสนามบินสุวรรณภูมิ 30 จอ ซึ่งไม่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย
จากการวิเคราะห์บริษัทที่ชนะการประกวด 10 จาก 12 โครงการย่อย พบว่ามี 23 บริษัท โดยบริษัท A ชนะถึง 5 โครงการ ซึ่งบริษัท A ก่อตั้งปี 2560 แต่มีจุดเปลี่ยนในปี 2567 ซึ่งเป็นปีแรกของเมกะโปรเจกต์ โดยเปลี่ยนชื่อ เพิ่มทุน 25 เท่า และรายได้เพิ่มขึ้น 40 เท่า จากเดิมที่แทบไม่มีรายได้จากภาครัฐ นอกจากนี้บริษัท A ยังมีความเชื่อมโยงกับบริษัท I และ J โดยมีที่ทำการเดียวกัน และยังมีบริษัท B และ G ที่มีบริษัท I เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ รวมเป็นเครือข่าย 5 บริษัทในอาณาจักรเดียวกันที่กินรวบทุกโครงการ แม้แต่การประเมินราคากลางก็ใช้บริษัทในเครือข่าย เช่น บริษัท D ซึ่งไม่มีประสบการณ์ด้านแพลตฟอร์มการศึกษา
จี้รัฐมนตรีตรวจสอบย้อนหลัง ป้องกันทุจริต
นายพริษฐ์ กล่าวว่า แม้รัฐมนตรีศึกษาธิการและ อว. จะสั่งทบทวน TOR บางส่วนแล้ว แต่ยังไม่พอ ต้องตรวจสอบย้อนหลังอย่างเข้มข้นและติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเงินภาษีประชาชนหลายหมื่นล้านบาทถูกขโมยไปช่วยคนรวยไม่กี่คน โดยอ้างวาระการยกระดับทักษะประชาชน



