วันที่ 19 มิถุนายน 2569 นายชยานันท์ เกตุเมฆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู เขต 1 พรรคกล้าธรรม ในฐานะวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินกิจการอีกครั้งว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาของโรงงานแห่งหนึ่ง แต่เป็นปัญหาใหญ่ของความเชื่อมั่นต่อระบบอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของประชาชนทั้งประเทศ
ตั้งคำถามถึงมาตรฐานเหล็ก
นายชยานันท์กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลยังคงตอบสังคมเพียงว่า “ให้ยึดเอกสารเป็นหลัก” แต่คำถามของประชาชนไม่ได้จบอยู่แค่เอกสาร เพราะอาคาร ห้างร้าน บ้านเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่คุ้มกะลาหัวคนไทยอยู่ทุกวันนั้น ถูกสร้างขึ้นด้วยเหล็กที่ได้มาตรฐานจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้ตรวจ ใครเป็นผู้รับรอง และใครต้องรับผิดชอบ หากวันหนึ่งความผิดพลาดไม่ได้อยู่บนกระดาษ แต่อยู่บนชีวิตของประชาชน
“ปัญหาซิน เคอ หยวน ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดให้จบด้วยประโยคว่าเอกสารผ่านแล้ว เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่กระดาษหนึ่งชุด แต่คือความมั่นใจว่าเหล็กทุกเส้นที่ใช้ในประเทศนี้ปลอดภัยจริง ได้มาตรฐานจริง และไม่มีใครใช้ช่องว่างทางอำนาจเปิดทางให้ทุนใหญ่กลับมาเดินเครื่องโดยที่สังคมยังค้างคาใจ” นายชยานันท์กล่าว
สะท้อนปัญหาการบริหารกระทรวงอุตสาหกรรม
นายชยานันท์กล่าวต่อว่า กรณีนี้สะท้อนปัญหาการบริหารของกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างร้ายแรง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา สังคมยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจนเพียงพอ ทั้งในประเด็นมาตรฐานการผลิต ระบบควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ รวมถึงข้อสงสัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหล็กของบริษัทแห่งนี้ แต่ฝ่ายบริหารกลับเลือกใช้ท่าทีพูดวน พูดหลบ และพูดเหมือนน้ำท่วมปาก โดยไม่กล้าเผชิญหน้ากับคำถามของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา
“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมต้องเข้าใจว่า งานอุตสาหกรรมไม่ใช่งานที่เอามือสมัครเล่นมาบริหารได้ เพราะนี่คือกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน เครื่องจักร มาตรฐานสินค้า มลพิษ ความปลอดภัย และชีวิตของประชาชน หากรัฐมนตรีไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจ และไม่มีภาวะผู้นำพอที่จะอธิบายเรื่องใหญ่ระดับประเทศได้ ก็ควรเปิดทางให้คนที่เหมาะสมกว่าเข้ามาทำหน้าที่” นายชยานันท์กล่าว
รมว.เก่งแต่ภาษาอังกฤษ ไม่เหมาะกับกระทรวงอุตสาหกรรม
นายชยานันท์กล่าวว่า รัฐมนตรีคนปัจจุบันอาจมีความสามารถด้านการพูด การใช้ภาษาอังกฤษ แต่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องการมากกว่าทักษะการพูด ต้องการความรู้จริง ความกล้าตัดสินใจ ความเข้าใจระบบอุตสาหกรรม และความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของประชาชน หากถนัดงานต่างประเทศมากกว่า ก็ควรไปทำงานในสนามที่ตนถนัด ไม่ใช่ยืนบริหารกระทรวงอุตสาหกรรมในวันที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานเหล็ก
“วันนี้ฝ่ายค้านไม่ได้ถามเพื่อเล่นการเมือง แต่ถามแทนประชาชนทั้งประเทศว่า รัฐมนตรีอุตสาหกรรมยังมีความเหมาะสมที่จะนั่งเก้าอี้นี้ต่อไปหรือไม่ หากตอบคำถามสังคมไม่ได้ หากสร้างความมั่นใจให้ประชาชนไม่ได้ และหากทำได้เพียงถือเอกสารขึ้นมาบังความกังวลของชาวบ้าน ก็ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องพิจารณาเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด” นายชยานันท์กล่าว
ย้ำรัฐบาลอย่าให้เอกสารผ่านแต่ประชาชนไม่ผ่าน
นายชยานันท์ย้ำว่า รัฐบาลต้องไม่ทำให้กรณีซิน เคอ หยวน กลายเป็นตัวอย่างของการบริหารแบบ “เอกสารผ่าน แต่ประชาชนไม่ผ่าน” เพราะความเชื่อมั่นของประเทศไม่ได้วัดจากลายเซ็นบนกระดาษเท่านั้น แต่วัดจากความมั่นใจของประชาชน ว่าเมื่อแหงนหน้ามองอาคารที่อยู่เหนือศีรษะ จะไม่ต้องตั้งคำถามในใจว่า เหล็กที่คุ้มกะลาหัวเรานั้น ปลอดภัยจริงหรือเป็นเพียงความปลอดภัยบนเอกสารราชการ
“ถ้ารัฐบาลยังดึงดันให้รัฐมนตรีที่ไม่มีน้ำหนักพอจะรับผิดชอบเรื่องใหญ่ระดับนี้นั่งอยู่ต่อไป ก็เท่ากับรัฐบาลเลือกปกป้องเก้าอี้ มากกว่าปกป้องความปลอดภัยของประชาชน และฝ่ายค้านจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปกับกองเอกสารอย่างแน่นอน” นายชยานันท์กล่าว



