เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่แผนกเรือพระราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ตรวจเยี่ยมการฝึกกำลังพลที่ทำหน้าที่ฝีพายเรือพระราชพิธี รวมถึงตรวจความพร้อมของกำลังพลในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
การฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี ขั้นตอนสำคัญสู่ความพร้อม
พล.ร.ท.รัตนะ เรืองรุ่ง รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานกำลังพล ในฐานะประธานคณะกรรมการเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ให้การต้อนรับ การฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการเตรียมความพร้อมกำลังพลในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยก่อนหน้านี้ กองทัพเรือได้จัดให้มีการฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการพายและวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องแก่ผู้ทำหน้าที่นายเรือพระราชพิธี จำนวน 58 นาย และผู้ทำหน้าที่นายท้ายเรือพระราชพิธี จำนวน 104 นาย ซึ่งเมื่อการฝึกเสร็จสิ้น จะทำหน้าที่เป็นครูฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีของหน่วยรับเรือที่ตนสังกัด
ขั้นตอนการฝึกฝีพาย จากบนบกสู่ในน้ำ
ปัจจุบัน การฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีอยู่ในขั้นตอนการฝึกพายเรือบนบก หรือ “การฝึกพายบนเขียงฝึก” เพื่อให้ฝีพายคุ้นเคยกับน้ำหนักพาย ลักษณะท่าทาง และความพร้อมเพรียง ต่อด้วยการฝึกพายเรือในน้ำ เพื่อพัฒนาทักษะการบังคับเรือ โดยแยกตามหน่วยฝึกในพื้นที่ต่าง ๆ จากนั้นจึงเป็นการฝึกฝีพายในหน่วยและในเรือในน้ำ ก่อนเข้าสู่การฝึกจัดรูปขบวนในแม่น้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ในโอกาสต่อไป
แผนปฏิบัติงานเตรียมความพร้อมของกองทัพเรือ
แผนปฏิบัติงานการเตรียมความพร้อมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคของกองทัพเรือ ประกอบด้วยการเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล การฝึกซ้อมฝีพาย การซ่อมแซมเรือพระราชพิธี และการเตรียมท่าเทียบเรือ โดยการซ่อมแซมเรือพระราชพิธีนั้น อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ได้ดำเนินการสำรวจและซ่อมแซมเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ ด้วยวิธีศิลปะภูมิปัญญาช่างต่อเรือพื้นบ้าน โดยการตอกหมันเรือ ซึ่งใช้ด้ายดิบตอกลงในร่องระหว่างไม้กระดานเรือให้แน่น เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม จากนั้นจึงชันยาเรือผสมกับน้ำมันยางทายาแนวตามร่องและทาทั่วลำเรือ เพื่อป้องกันเพรียงกัดกินไม้ซึ่งอาจทำให้เรือผุเร็ว เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ได้ส่งมอบให้กรมศิลปากรดำเนินการประดับตกแต่งเรือตามแผนปฏิบัติงานการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค โดยอยู่ในความดูแลของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร และเมื่อแล้วเสร็จจะมีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำ เพื่อเตรียมการฝึกซ้อมฝีพายในขั้นตอนต่อไป
รูปแบบขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ใช้เรือ 52 ลำ กำลังพล 2,200 นาย
สำหรับรูปแบบการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ใช้เรือพระราชพิธีจำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ แบ่งเป็น 5 ริ้ว มีความยาว 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร ใช้กำลังพลประจำเรือรวม 2,200 นาย โดยประกอบด้วยเรือประเภทต่าง ๆ ดังนี้
เรือริ้วสายกลาง จำนวน 10 ลำ
- เรือพระที่นั่งทรง 1 ลำ คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
- เรือพระที่นั่งทรงสำรอง 2 ลำ คือ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
- เรือทรงผ้าไตร 1 ลำ คือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
- เรือกลองในและเรือกลองนอก 2 ลำ ได้แก่ เรือกลองใน คือ เรือแตงโม สำหรับผู้บัญชาการขบวนเรือ และเรือกลองนอก คือ เรืออีเหลือง สำหรับรองผู้บัญชาการขบวนเรือ
- เรือตำรวจ 3 ลำ คือ เรือตำรวจ 1–3 เป็นเรือของพระตำรวจ ทำหน้าที่องครักษ์
- เรือแซง 1 ลำ คือ เรือแซง 7 ทำหน้าที่อารักขาพระมหากษัตริย์
เรือริ้วสายใน จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 7 ลำ รวม 14 ลำ
- เรือประตูหน้า 2 ลำ คือ เรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น
- เรือพิฆาต 2 ลำ คือ เรือเสือทะยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์
- เรือรูปสัตว์ 8 ลำ ได้แก่ เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือครุฑเหินเห็จ และเรือครุฑเตร็จไตรจักร
- เรือคู่ชัก 2 ลำ คือ เรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง ทำหน้าที่ชักลากเรือพระที่นั่งเมื่อกระแสน้ำเชี่ยวหรือเพื่อเพิ่มความเร็ว
เรือริ้วสายนอก จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 14 ลำ รวม 28 ลำ
- เรือดั้ง 22 ลำ คือ เรือดั้ง 1–22 ทำหน้าที่ป้องกันหน้าขบวนเรือ
- เรือแซง 6 ลำ คือ เรือแซง 1–6 ทำหน้าที่อารักขาพระมหากษัตริย์



