นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเดียวกัน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี Forex ว่า นายภาวุธพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด จากการพูดคุยกับเจ้าตัว ยืนยันว่าพรุ่งนี้จะมีความพร้อมเข้ามาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และขอให้รอการชี้แจงจากนายภาวุธโดยตรง
ภาวุธพร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหา
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การสื่อสารผ่านเพจของนายภาวุธในแต่ละครั้งเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าพร้อมที่จะชี้แจงข้อมูลทั้งหมดตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ต้องการ ขณะที่คณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริงของพรรคก็สอดคล้องกับที่นายภาวุธได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แต่คณะกรรมการเพิ่งตั้งขึ้นไม่นาน จึงขอให้ได้ทำงานสักระยะหนึ่งก่อน ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบภายในของพรรคประชาชนดำเนินการคู่ขนานกันไป
ยันสื่อสารไม่ให้กระทบคดี
เมื่อถามว่าการโพสต์ของนายภาวุธในวันนี้เกิดจากการเรียกร้องของนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายณัฐพงษ์ชี้แจงว่า ก่อนที่นางสาวศิริกัญญาจะให้ความเห็น พรรคได้พูดคุยกับนายภาวุธอยู่แล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพียงแต่สังคมกำลังตั้งข้อสงสัยว่าการดำเนินการของดีเอสไอเป็นธรรมหรือไม่ หรือเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ อีกด้านหนึ่งพรรคต้องมีความระมัดระวังในการสื่อสาร ไม่ให้กระทบกับรูปคดีหรือเกิดผลเสียกับนายภาวุธ เชื่อว่าทีมทนายที่ให้คำปรึกษาพยายามหาจุดที่นายภาวุธจะออกมาเคลียร์ข้อสงสัย โดยไม่ทำให้นายภาวุธตกอยู่ในที่นั่งลำบากหรือตกอยู่ในหลุมของฝั่งตรงข้ามที่พยายามทำให้เป็นคดีการเมือง
ตั้งคำถามถึงรัฐบาลหากมีข้อมูลผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าคดีนี้อาจถูกยกระดับเป็นคดีพิเศษที่เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่ พรรคประชาชนจะรองรับสถานการณ์อย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หากมีสมาชิกพรรคคนใดเข้าไปเกี่ยวข้อง พรรคพร้อมจัดการตามมาตรฐานเดียวกัน จึงขอตั้งคำถามกลับไปยังฝั่งรัฐบาล หากมีข้อมูลอยู่แล้วว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง อยากให้หน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะ DSI ดำเนินการกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ที่สุด
จี้ DSI แจงข้อกล่าวหาให้ชัดเจน
ส่วนหลังจากนี้จะยื่นชี้แจงต่อ DSI เองหรือต้องรอหมายเรียก นายณัฐพงษ์กล่าวว่า กระบวนการภายในพรรคดำเนินการเชิงรุก แต่สถานะของนายภาวุธเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่ผู้ต้องหา เมื่อยังไม่ทราบรายละเอียดข้อกล่าวหา ก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปชี้แจงอย่างไร ดังนั้น DSI ต้องให้คำชี้แจงว่าจะกล่าวหานายภาวุธเรื่องอะไร เชื่อว่านายภาวุธพร้อมเข้ามาชี้แจงและให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ที่สุด
ยันใช้มาตรฐานเดียวกับคดีผู้สมัครเขต 33
เมื่อถามถึงกรณีร้ายแรงที่สุด หากพบว่าผิดจริงจนกลายเป็นผู้ต้องหา คณะกรรมการสรรหา สส.พรรคประชาชนจะต้องลาออกหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคใช้มาตรฐานเดียวกัน ยกตัวอย่างผู้สมัคร สส.เขต 33 กทม.ของพรรคประชาชน ที่สุดท้ายอัยการไม่ได้ดำเนินการฟ้องเพราะพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักมากพอ ตอนนั้นมีเพียงข้อกล่าวหาและหมายจับ พรรคคิดว่าคนที่จะมาเป็นผู้แทนราษฎรต้องมีมาตรฐานสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย ฉะนั้นเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน ขอรอดูข้อกล่าวหาว่ามีน้ำหนักมากน้อยแค่ไหน หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าอาจเข้าไปมีส่วนผูกพัน พรรคก็จะดำเนินการตามมาตรฐานเดิม ตนหวังว่าคดีของนายภาวุธจะไม่เป็นเหมือนคดีของผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33
ตั้งข้อสังเกตการทำความเห็นแย้งของ ผบ.ตร.
ส่วนที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทำความเห็นแย้งคดีผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 พรรคประชาชนจะช่วยเหลืออย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อัยการไม่ได้เพิ่งตัดสินใจว่าจะไม่ฟ้อง เรื่องนี้ในกระบวนการต้องอยู่ที่ ผบ.ตร. จะตัดสินใจว่าให้ความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่ ดังนั้น การเทคแอคชันของ ผบ.ตร. ตนประเมินว่าเป็นฝั่งพรรคเองที่ออกให้ข่าว จึงตั้งคำถามว่าตกลงแล้วเป็นประเด็นทางการเมืองใช่หรือไม่ กลั่นแกล้งอดีตผู้สมัครใช่หรือไม่ ขอตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ควรมีการเลือกปฏิบัติ ควรดำเนินการตามกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมเท่าเทียมกัน ไม่ใช่มีประเด็นทางการเมืองแล้วค่อยออกมาเทคแอคชัน
ปัดตอบพรรคถูกปิดปาก
เมื่อถามว่ามองว่าพรรคประชาชนถูกปิดปากหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การทำงานการเมือง พรรคเตรียมพร้อมอยู่แล้วว่าจะได้รับการดำเนินคดีหรือคมหอกคมดาบแบบนี้ ซึ่งอาจจะเป็นคดีทางการเมือง ในภาพรวมพรรคพยายามผลักดันกฎหมายต่าง ๆ เกี่ยวกับการฟ้องร้องปิดปาก



