ก้าวไกลยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลเศรษฐา หวังเปิดโปงปัญหาทุจริต
ก้าวไกลยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลเศรษฐา หวังเปิดโปงทุจริต

พรรคก้าวไกลยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ต่อประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 โดยมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับการเปิดโปงปัญหาทุจริตและความล้มเหลวในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะประเด็นนโยบายที่ไม่เป็นไปตามคำมั่นสัญญา และการจัดการงบประมาณที่ขาดความโปร่งใส

เป้าหมายการซักฟอก 5 รัฐมนตรี

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่าญัตติดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรี 5 คน ได้แก่ นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยอ้างถึงความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และการดำเนินนโยบายที่เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุน

ประเด็นหลักในการอภิปราย

พรรคก้าวไกลระบุว่าญัตตินี้ครอบคลุม 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การทุจริตในโครงการภาครัฐ, การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาด, การละเลยปัญหาสิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกรณีการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมือง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายชัยธวัชกล่าวว่า "เรามีหลักฐานชัดเจนว่ารัฐบาลนี้บริหารประเทศโดยขาดความรับผิดชอบ และเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ประชาชนต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่รัฐบาลกลับมุ่งแต่รักษาอำนาจ"

กำหนดการอภิปราย

คาดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนเมษายน 2567 ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 วัน โดยวันแรกเป็นฝ่ายรัฐบาลชี้แจง จากนั้นเป็นฝ่ายค้านอภิปราย 2 วัน และปิดท้ายด้วยการลงมติ

ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 151 คน ขณะที่รัฐบาลมีเสียงสนับสนุน 314 เสียง ทำให้โอกาสที่ญัตติจะผ่านมีน้อย แต่พรรคก้าวไกลยืนยันว่าการซักฟอกครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความจริง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากฝ่ายรัฐบาล

ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าพร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหา และมั่นใจว่ารัฐบาลทำงานด้วยความโปร่งใส "เราพร้อมตอบทุกคำถาม และยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่มีอะไรปิดบัง"

การยื่นญัตติซักฟอกครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของรัฐบาลเศรษฐา หลังจากก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลเคยยื่นญัตติซักฟอกในเดือนธันวาคม 2566 แต่ไม่ผ่านการลงมติ