รัฐบาลภูมิใจไทยเดินหน้าปิดด่านชายแดนเข้มข้น ยกเลิก MOU44 ยืนยันปกป้องอธิปไตย
รัฐบาลภูมิใจไทยปิดด่านชายแดน ยกเลิก MOU44 ปกป้องอธิปไตย

รัฐบาลภูมิใจไทยเดินหน้าปิดด่านชายแดนเข้มข้น ยกเลิก MOU44 ยืนยันปกป้องอธิปไตย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ประกาศนโยบายสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงชายแดน โดยระบุว่า การปิดด่านชายแดนจะดำเนินต่อไปและเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ผ่านการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึงการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา (MOU44) เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและตอบสนองความต้องการของประชาชน

คำมั่นสัญญาจากเวทีปราศรัยสู่การปฏิบัติจริง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ในช่วงโค้งสุดท้ายบนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทินได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า หากพรรคกลับมาเป็นรัฐบาลและตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะยกเลิก MOU44 ทันที โดยไม่ยอมรับการแบ่งผลประโยชน์ 50-50 ด้านทรัพยากรในทะเลตามที่รัฐบาลก่อนหน้าเคยเสนอ พร้อมมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งดำเนินการเกี่ยวกับ MOU43 เพื่อนำเสนอแนวทางที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและประเทศชาติ

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า "ประเทศไทยจะไม่มีวันเสียเปรียบและเสียดินแดนภายใต้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย" หลังการเลือกตั้งสิ้นสุดลง พรรคภูมิใจไทยได้ที่นั่งสส.เขตและสส.บัญชีรายชื่อรวม 193 คน เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในฐานะพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่ง แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยังไม่ได้ประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลใหม่ก็เดินหน้าจัดตั้งและประกาศจะทำตามแนวนโยบายที่ให้ไว้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการทางการทูตและการทหารเพื่อความมั่นคง

นายอนุทินโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า พรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการบริหารงานความมั่นคงด้วยมาตรการทางการทูตและการทหาร โดยยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการเพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย พร้อมเน้นว่า ความปลอดภัยของประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐบาลได้ส่งสัญญาณชัดเจนด้วยการสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมศึกษาทางเลือกเพื่อยกเลิก MOU44 ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกันระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งลงนามเมื่อปี 2544 นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การคงบันทึกความเข้าใจนี้ไว้ไม่ได้นำไปสู่ความคืบหน้าในประเด็นใดๆ จึงไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ แต่การยกเลิกต้องทำอย่างถูกต้องตามกระบวนการกฎหมายและแนวทางที่เหมาะสม โดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

สถานการณ์ชายแดนและความท้าทายที่ต้องเผชิญ

ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ถึง 17 กุมภาพันธ์ 2569 หลังไทย-กัมพูชาลงนามเจรจาหยุดยิงตลอดแนวชายแดน กองทัพไทยสามารถทวงคืนพื้นที่อธิปไตยจากการอ้างอิงหลักฐานเขตแดนจากแผนที่ 1:50,000 ในเขตพื้นที่อีสานใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และภาคตะวันออก 3 จังหวัด คือ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ตามข้อตกลงหลักที่ว่า "ยึดตรงไหน ทหารไทยปักหลักอยู่ตรงนั้น"

แม้จะหยุดยิงไปแล้ว แต่ทางฝั่งกัมพูชายังมีการยั่วยุเป็นระยะๆ ทั้งการนำกำลังและอาวุธเข้ามาสังเกตการณ์ใกล้แนวคอนเทนเนอร์บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว จนทำให้กองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ต้องทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังภูมิภาคที่ทหารที่ 5 ของกัมพูชาเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และอีกหลายจุดในพื้นที่ด้านแนวรบพระวิหาร รัฐบาลจึงเห็นความจำเป็นต้องสร้างรั้วชายแดนควบคู่กับการยกเลิก MOU44 เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

กระบวนการยกเลิก MOU44 ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า โดยหลักการแล้วการยกเลิก MOU44 สามารถทำได้และมีกระบวนการที่ต้องปฏิบัติ ซึ่งต้องพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ อย่างรอบคอบ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศไปศึกษาขั้นตอนการยกเลิกตามกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงในการประชุมว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร

อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องให้ยกเลิก MOU44 ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่และเคยเกิดขึ้นมาหลายรอบ ตั้งแต่ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มติครม.เห็นชอบให้ยกเลิกไปแล้วและยังมีผลผูกพันอยู่ ล่าสุด หลังเกิดเหตุปะทะไทย-กัมพูชา กลุ่มนักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องได้ยื่นหนังสือต่อนายอนุทินเมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยชี้แจงว่า MOU2544 เป็นข้อตกลงชั่วคราวที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริงตลอด 24 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากกัมพูชายึดเส้นไหล่ทวีปที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายทะเลสากล ละเมิดอธิปไตยของประเทศไทย

เอกสารดังกล่าวระบุว่า ประเทศไทยมีสิทธิยกเลิก MOU2544 ตามมาตรา 56 ของอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ค.ศ. 1969 ดังนั้น การยกเลิกจึงเป็นไปได้ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ท่ามกลางความคาดหวังจากสาธารณชนว่าหลังพรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จแล้ว จะสามารถเดินหน้ายกเลิก MOU44 ได้อย่างเป็นรูปธรรม สมกับคำขวัญ #พูดแล้วทำพลัส ที่ประกาศไว้