สว.สำรองจวก 'อนุทิน' ใช้เครื่องบินหลวงเปิดงาน MotoGP เอกชน ชี้ไม่เหมาะสม
สว.สำรองจวก 'อนุทิน' ใช้เครื่องบินหลวงเปิดงาน MotoGP

สว.สำรองจวก 'อนุทิน' ใช้เครื่องบินหลวงเปิดงาน MotoGP เอกชน ชี้ไม่เหมาะสมและอาจผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ผู้มีรายชื่อสำรองเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.สำรอง) ได้ออกมาเปิดเผยข้อสังเกตกรณีการจัดแข่งขัน MotoGP ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา โดยตั้งคำถามถึงการใช้อภิสิทธิ์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการใช้เครื่องบินกองทัพอากาศเพื่อไปเปิดงานดังกล่าว

ข้อกังวลเรื่องการใช้เครื่องบินหลวงในงานเอกชน

นายอัครวัฒน์ระบุว่า ตนยังไม่ขอพูดว่านายอนุทินอยู่ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี แต่ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย การใช้เครื่องบินหลวงไปงานแข่ง MotoGP ซึ่งเป็นงานเอกชนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เขาตั้งคำถามว่า งานนี้เป็นงานราชการหรืองานเอกชน และการนั่งเครื่องบินกองทัพอากาศไปในกิจกรรมดังกล่าวสามารถทำได้หรือไม่ เนื่องจากเครื่องบินกองทัพอากาศควรใช้เฉพาะงานความมั่นคงเท่านั้น

"การนั่งไปเที่ยวเล่นหรือเปิดงานเอกชน ประชาชนก็สงสัยว่าใช้ได้หรือไม่ เพราะขนาดเอารถประจำตำแหน่งไปงานทอดกฐินหรือทอดผ้าป่า ก็ยังมีกรณีที่ติดคุกติดตะรางมาแล้ว" นายอัครวัฒน์กล่าว พร้อมฝากให้ติดตามการใช้เครื่องบินในงานหรือกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างใกล้ชิด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของนักการเมือง

ในเหตุการณ์ดังกล่าว มีรายงานว่านักการเมืองหลายคนเดินลงมาจากเครื่องบินอย่างยิ้มแย้ม ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในสายตาประชาชน นายอัครวัฒน์เน้นย้ำว่า การใช้ทรัพยากรของรัฐในกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานราชการหรือความมั่นคงอาจนำไปสู่ข้อครหาทางการเมืองและสังคมได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เขายังชี้ให้เห็นถึงกรณีตัวอย่างในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถประจำตำแหน่งไปในงานส่วนตัว ซึ่งนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมาย เพื่อเป็นบทเรียนและเตือนใจให้ระมัดระวังในการใช้สิทธิและทรัพยากรของรัฐ

ผลกระทบต่อการเมืองไทยและสังคม

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและความโปร่งใสในการใช้อำนาจของนักการเมือง โดยเฉพาะในยุคที่ประชาชนตื่นตัวกับเรื่องการทุจริตและความไม่เหมาะสม การตั้งคำถามจากสว.สำรองเช่นนี้อาจนำไปสู่การถกเถียงและมาตรการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้นในอนาคต

ในภาพรวม เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่กระทบต่อภาพลักษณ์ของนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบการเมืองไทยโดยรวม ซึ่งจำเป็นต้องมีการติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบอย่างต่อเนื่อง