รมว.ต่างประเทศรับลูกแก้ปัญหา LGBTQ+ เผยพร้อมปรับคำนำหน้าในพาสปอร์ตให้ตรงเพศสภาพตามกฎหมาย
ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ ที่กำลังประสบปัญหาในการเดินทางไปต่างประเทศ เนื่องจากคำนำหน้าชื่อในเอกสารราชการไม่ตรงกับรูปลักษณ์และเพศสภาพในปัจจุบัน ซึ่งสร้างความยุ่งยากและอุปสรรคในการตรวจคนเข้าเมืองทั้งในและต่างประเทศ
นายสีหศักดิ์ยืนยันว่า กระทรวงการต่างประเทศรับทราบถึงข้อกังวลและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้อง LGBTQ+ อย่างเต็มที่ โดยระบุว่า เรื่องนี้สามารถทำความเข้าใจและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ "เราทราบในปัญหานี้ และสามารถทำความเข้าใจกับฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองได้ โดยจะต้องไปพิจารณาดูในรายละเอียดของกฎระเบียบราชการว่าติดขัดในจุดใด เนื่องจากประเทศไทยมีการให้การรับรองในเรื่องนี้แล้ว" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าว
การปรับเปลี่ยนคำนำหน้าตามเพศสภาพและผลกระทบต่อการเดินทาง
เมื่อถูกถามถึงความกังวลว่าหากมีการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อตามเพศสภาพแล้ว จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปต่างประเทศหรือไม่ นายสีหศักดิ์ได้ยืนยันชัดเจนว่า เมื่อสถานะทางกฎหมายเปลี่ยน เอกสารสำคัญก็ต้องเปลี่ยนตาม หากมีการรับรองการเปลี่ยนคำนำหน้าตามเพศสภาพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตของไทยก็ต้องระบุข้อมูลให้ตรงกัน
ผู้ที่เปลี่ยนสถานะจะต้องดำเนินการทำหนังสือเดินทางฉบับใหม่ เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยลดความสับสนและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการเดินทางข้ามพรมแดน โดยเฉพาะในประเทศที่มีกฎระเบียบเข้มงวดเกี่ยวกับเอกสารระบุตัวตน
แนวทางการดำเนินงานและความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งศึกษารายละเอียดของกฎระเบียบราชการที่อาจเป็นอุปสรรค เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมและรวดเร็วที่สุด โดยมุ่งเน้นการประสานงานกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ LGBTQ+
- การปรับปรุงระบบการออกหนังสือเดินทางให้รองรับการเปลี่ยนคำนำหน้าตามเพศสภาพ
- การสร้างความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั้งในและต่างประเทศ
- การให้คำแนะนำและสนับสนุนผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสถานะทางกฎหมาย
นโยบายนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมความเท่าเทียมและสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนในสังคม โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQ+ ที่มักเผชิญกับความท้าทายในชีวิตประจำวัน การแก้ไขปัญหานี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเปิดโอกาสในการเดินทางอย่างสะดวกสบายมากขึ้น



