วันที่ 9 ก.ค.2569 ในการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ “กังฟู” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง ได้แสดงความเห็นต่อนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศกรณีความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา โดยชี้ว่าแนวทางการทูตในปัจจุบันกำลังสวนทางกับความรู้สึกของประชาชนจำนวนมาก
การทูตสวนทางความรู้สึกประชาชน
นายวสวรรธน์ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศอธิบายว่าการทูตควรทำให้รัฐบาลทั้งสองประเทศมีข้อขัดแย้งกันเฉพาะในระดับรัฐบาล ขณะที่ประชาชนของทั้งสองประเทศยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม เพราะหลายช่วงเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลทั้งสองฝ่ายยังสามารถพูดคุยกันได้ แต่ประชาชนของทั้งสองประเทศกลับเกิดความขัดแย้งและความไม่ไว้วางใจกันมากขึ้น
ข้อสังเกตการเจรจาปักปันเขตแดน
นายวสวรรธน์ยังตั้งข้อสังเกตถึงการเจรจาปักปันเขตแดน โดยระบุว่าการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาไม่เคยเปิดการเจรจาในประเด็นสำคัญอย่างจริงจัง ทำให้คำถามเรื่องความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาชายแดนยังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
เรียกร้องให้ทบทวนนโยบาย
สส.กังฟูเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศทบทวนแนวทางการดำเนินนโยบาย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงและความรู้สึกของประชาชน พร้อมยืนยันว่าการทูตต้องสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยควบคู่กันไป ไม่ใช่เพียงรักษาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเท่านั้น
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศชี้แจง
ด้านปลัดกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า ประเทศไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านกัน เราจะหนีจากกันไปไม่ได้ ท้ายที่สุดต้องหาทางจัดการปัญหาความขัดแย้ง ในขณะนี้คือการรักษาข้อตกลงหยุดยิงให้มีความยั่งยืน ให้พื้นที่ชายแดนมีความมั่นคง จากนั้นหาทางฟื้นฟูความเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ระหว่างกันกลับคืนมา ประเด็นเรื่องของเขตแดนเป็นจุดที่ละเอียดอ่อนของสาธารณชนทั้งสองประเทศ ภารกิจเร่งด่วนที่ต้องทำคือการเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ สำหรับพื้นที่เขตแดนทางทะเล สำหรับการตั้งกลไก JBC ฝั่งไทยกำลังดำเนินการในการเสนอชื่อประธานและกรรมการคนใหม่เข้าทำหน้าที่ต่อไป ไทยไม่ได้ติดขัดในการเข้าประชุม แต่การประชุมจะเห็นผลก็ต่อเมื่อต้องคุยกันทั้งสองฝ่าย



