น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย เสนอให้รัฐบาลหาแนวทางบริหารจัดการโรงแรมและรีสอร์ตที่รุกพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานในจังหวัดภูเก็ต โดยนำสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้มาจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ แทนการรื้อถอนที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมากกว่าการสร้างใหม่ถึง 13 เท่า
ลดก๊าซเรือนกระจกสู่นโยบายเน็ทซีโร่
น.ส.กุลวลีกล่าวในที่ประชุมสภาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2569 ระหว่างการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ว่า งบประมาณที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้จริงรวม 4,799 ล้านบาท แบ่งเป็นงบที่ลดได้โดยตรง 4,701 ล้านบาท และงบพื้นฐานต่อยอดอีก 2,798 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ใช้ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า EV เพิ่มพื้นที่ป่าบก ป่าชายเลน และเกษตรคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นงบลงทุนที่สร้างสินทรัพย์จริงและดึงเอกชนมาต่อยอดสอดรับนโยบายสังคมคาร์บอนต่ำ
บทเรียนจากภูเก็ต: โรงแรมรุกที่ป่าสงวน
น.ส.กุลวลีในฐานะประธานคณะกรรมาธิการที่ดินฯ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ภูเก็ตเมื่อวันที่ 26-27 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบโรงแรมและรีสอร์ตหลายแห่งก่อสร้างรุกที่ป่าสงวนและที่อุทยาน โดยมีคำสั่งศาลถึงที่สุดให้รื้อถอน แต่การรื้อถอนและเศษสิ่งก่อสร้างจะปล่อยคาร์บอนมากกว่าการสร้างใหม่ถึง 13 เท่า เธอจึงเสนอให้รัฐบาลนำสิ่งก่อสร้างเหล่านี้มาบริหารเป็นสินทรัพย์เพื่อจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ ช่วยให้เศรษฐกิจท่องเที่ยวภูเก็ตเดินต่อได้ไม่สะดุด พร้อมจะนำประเด็นนี้ไปศึกษาต่อในคณะกรรมาธิการที่ดิน
พลิกของเสียเป็นพลังงาน: ดักจับก๊าซชีวภาพจากบ่อบำบัดน้ำเสีย
น.ส.กุลวลียังกล่าวถึงการบำบัดน้ำเสียขององค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) ซึ่งมีงบประมาณ 1,674 ล้านบาททั่วประเทศ โดยที่จังหวัดราชบุรีได้ปรับปรุงระบบน้ำเสียรวมเมือง สร้างระบบหอสูงจ่ายน้ำที่ผ่านการบำบัดให้เกษตรกรปลูกมะพร้าวและทำนาผ่านระบบแรงโน้มถ่วง ช่วยลดค่าใช้จ่ายหลายร้อยไร่ในตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เธอเสนอให้ อจน. ติดตั้งระบบดักจับก๊าซชีวภาพที่บ่อบำบัดน้ำเสียทั่วประเทศ โดยนำร่องที่ราชบุรี เพื่อยกระดับเป็นไบโอมีเทน ผลิตไฟฟ้า หรือผลิตน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งจะได้ประโยชน์ 3 ต่อ คือ ลดก๊าซมีเทนที่ทำให้โลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์เกือบ 30 เท่า ทดแทนการซื้อไฟและก๊าซ และสร้างรายได้กลับคืนสู่ท้องถิ่น โดยไม่เพิ่มภาระการคลัง



