KPI Poll เผยคนไทยเสียงแตก เชื่อ-ไม่เชื่อ รัฐบาลใหม่รับมือผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางได้
ผลสำรวจล่าสุดจากศูนย์ KPI Poll สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของประชาชนไทยต่อรัฐบาลใหม่ในการรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
เสียงแตกเชื่อ-ไม่เชื่อ รัฐบาลเอาอยู่
จากการสำรวจระหว่างวันที่ 13 ถึง 16 มีนาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,000 ตัวอย่าง พบว่า 46.2% ของผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความเชื่อมั่นในระดับค่อนข้างเชื่อมั่นถึงเชื่อมั่นมากที่สุดต่อรัฐบาลใหม่ในการรับมือผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง ในขณะที่ 40.4% ไม่ค่อยเชื่อมั่นหรือไม่เชื่อมั่นเลย และอีก 13.4% ไม่แน่ใจ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของประชาชนยังไม่ชัดเจนและมีเสียงแตกเกือบครึ่งต่อครึ่ง ทำให้รัฐบาลต้องพิสูจน์ความสามารถในการรับมือวิกฤตให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ผลกระทบที่กังวลมากที่สุด
ประชาชนส่วนใหญ่กว่า 78.9% กังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการขนส่ง อาหาร และค่าเดินทางอย่างมีนัยสำคัญ รองลงมา 9.3% กังวลเกี่ยวกับข้อมูลเท็จและข่าวลวงที่อาจทำให้สังคมตื่นตระหนกและแตกแยก 5.8% กังวลความเสี่ยงด้านพลังงานและการนำเข้า-ส่งออกที่สะดุดจากเส้นทางเดินเรือ 5.4% กังวลต่อความเสี่ยงก่อการร้ายหรือเหตุความไม่สงบที่ลุกลามในภูมิภาค และ 0.6% กังวลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศและแรงงานไทยในตะวันออกกลาง สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับปากท้องมากกว่ามิติความมั่นคงหรือการทูต
คนกรุง-Gen Z สวนทางคนใต้-วัยเก๋า
ผลสำรวจยังเผยความแตกต่างทางภูมิภาคและกลุ่มอายุ โดยภาคใต้มีสัดส่วนความเชื่อมั่นสูงสุดที่ 70.4% รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 53.9% และภาคเหนือ 36.8% ในทางตรงกันข้าม กรุงเทพมหานครมีสัดส่วนผู้ไม่เชื่อมั่นสูงสุดที่ 57.6% รองลงมาคือภาคกลาง 56.0% และภาคตะวันออก 51.7% สำหรับกลุ่มอายุ Baby Boomer มีความเชื่อมั่นสูงสุดที่ 53.1% รองลงมาคือ Gen X 47.6% และ Gen Y 47.1% ในขณะที่ Gen Z เป็นกลุ่มเดียวที่มีสัดส่วนไม่เชื่อมั่นสูงสุดที่ 49.0% ความไม่เชื่อมั่นในกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่อาจสะท้อนความอ่อนไหวต่อค่าครองชีพและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เข้มข้น
หนุนรัฐบาลวางตัวเป็นกลาง โฟกัสอุ้มคนไทย
ประชาชนเกินครึ่งที่ 52.5% เห็นว่ารัฐบาลควรวางตัวเป็นกลาง โดยเน้นช่วยเหลือคนไทยและผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก รองลงมา 16.3% คิดว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับมาตรการเศรษฐกิจรับแรงกระแทกมากกว่าการแสดงท่าทีระหว่างประเทศ 12.8% เห็นควรประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงและข่าวกรองเพื่อป้องกันความเสี่ยงในประเทศ 7.3% เห็นควรเน้นการทูตเชิงรุก เช่น การเรียกร้องหยุดยิงผ่านเวทีระหว่างประเทศ และ 11.1% ไม่แน่ใจหรือไม่สามารถตอบได้ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าประชาชนต้องการให้รัฐบาลแสดงความเป็นกลางแบบมีภารกิจเพื่อปกป้องผลประโยชน์ภายในประเทศ
บทสรุปและข้อเสนอแนะ
ผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 14 นี้ไม่เพียงสะท้อนความกังวลของประชาชนจากวิกฤตตะวันออกกลาง แต่ยังเป็นบททดสอบความสามารถของรัฐบาลใหม่ในการปกป้องปากท้องและความมั่นคงในชีวิตประจำวัน แม้ระดับความเชื่อมั่นจะนำอยู่เล็กน้อย แต่ยังไม่มากพอที่จะทำให้สังคมวางใจได้เต็มที่ ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งดำเนินการใน 3 เรื่องหลักควบคู่กัน ได้แก่
- ออกมาตรการลดแรงกระแทกด้านค่าครองชีพอย่างรวดเร็ว
- สื่อสารข้อเท็จจริงและแผนรับมืออย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
- แสดงผลลัพธ์เชิงรูปธรรมให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลสามารถดูแลผลกระทบจากวิกฤตนี้ได้จริง



