นายกฯ เปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย' ผนึกเอกชนลดราคาสินค้า House Brand สูงสุด 58%
วันนี้ (1 เมษายน 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อลดราคาสินค้า House Brand และ Second-tier สูงสุดถึง 58% โดยมีเป้าหมายหลักในการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของประชาชน
รัฐบาลตระหนักผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง
นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลกและค่าครองชีพในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงได้เร่งดำเนินการออกมาตรการต่างๆ เพื่อดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
"โครงการนี้ไม่ใช่แค่การลดภาระค่าครองชีพ แต่เป็นการเปิดโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการรายย่อยเป็นที่รู้จักมากขึ้น" นายกรัฐมนตรี กล่าว พร้อมย้ำว่า "คนไทยไม่ทิ้งกัน" ในยามวิกฤต ซึ่งสะท้อนถึงความสมัครสมานสามัคคีของคนไทย
ความร่วมมือกับภาคเอกชนและไฮไลต์สินค้าลดราคา
โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดและผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วประเทศ โดยเน้นสินค้า House Brand และ Second-tier ที่มีคุณภาพและราคาสมเหตุสมผล ไฮไลต์สินค้าลดราคาประกอบด้วย:
- ข้าวสาร: ลดราคาสูงสุด 50-58% เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่แบรนด์มายช้อยส์ (Tops) ในรูปแบบซื้อ 1 แถม 1 และข้าวไก่แจ้ลด 58%
- อาหารสดและสินค้าแช่แข็ง: เช่น อะโวคาโดแช่แข็งลด 34% และมันฝรั่งเส้นเล็กแช่แข็งลดสูงสุด 40% เมื่อซื้อยกลัง
- เครื่องปรุงรสและน้ำมันพืช: เช่น น้ำมันมะพร้าวลดสูงสุด 34% และน้ำปลาแท้แบรนด์ House Brand ลด 8-17%
- สินค้าดูแลร่างกาย: เช่น สบู่เหลวอาบน้ำและแชมพู House Brand ในร้าน Watsons ลดสูงสุด 50%
- ผลิตภัณฑ์ซักฟอกและทำความสะอาด: เช่น น้ำยาปรับผ้านุ่มแบรนด์ Fineline ลดสูงสุด 49%
นายกฯ เดินชมบูธและอุดหนุนสินค้า
ภายหลังการเปิดงาน นายกรัฐมนตรีได้เดินชมบูธสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ และอุดหนุนสินค้าหลายรายการ เช่น กระดาษทิชชู่ ลำไยกระป๋อง ยาสระผม ครีมอาบน้ำ รวมถึงซื้อข้าวสารและไข่ 1 แผงให้กับผู้สื่อข่าวด้วย
นายอนุทิน ยังได้กล่าวถึงบทเพลงในอดีตที่ว่า "ถ้าไทยไม่ช่วยไทย แล้วใครจะมาช่วยเรา" ซึ่งสะท้อนถึงจิตสำนึกที่ควรดำเนินต่อไปไม่เฉพาะในยามวิกฤต แต่ในยามปกติด้วย เพื่อสร้างความรักสามัคคีและยกระดับประเทศไทยบนเวทีโลก
รัฐบาลยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการตามกฎหมายอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยประชาชนก้าวข้ามความท้าทายทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง



