ครม. เห็นชอบไทยร่วมรับรองเอกสาร Global Fraud Summit ย้ำบทบาทเชิงรุกต้านฉ้อโกงข้ามพรมแดน
ครม. เห็นชอบไทยร่วมรับรองเอกสาร Global Fraud Summit

ครม. เห็นชอบไทยร่วมรับรองเอกสาร Global Fraud Summit ย้ำบทบาทเชิงรุกต้านฉ้อโกงข้ามพรมแดน

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอให้ประเทศไทยร่วมรับรองร่างเอกสารผลลัพธ์ของการประชุม Global Fraud Summit จำนวน 2 ฉบับ พร้อมประกาศคำมั่นของประเทศไทยเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงในการประชุมซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 มีนาคม 2569 ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย

เอกสารสำคัญที่ไทยจะร่วมรับรอง

เอกสารผลลัพธ์ของการประชุมที่ไทยจะร่วมรับรอง ประกอบด้วย:

  1. ร่างเอกสารส่งเสริมการดำเนินการเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง (Call to Action on Combatting Fraud)
  2. ร่างกรอบความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง (Global Public-Private Partnership Framework against Fraud)

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกประกาศคำมั่นเพื่อสะท้อนแนวทางดำเนินการเพิ่มเติมในการรับมือกับปัญหาการฉ้อโกง ซึ่งสำหรับประเทศไทยจะเน้น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • การใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
  • การบูรณาการข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ ในการติดตามเส้นทางการเงินและพิสูจน์การฉ้อโกง
  • การกระชับความร่วมมือทั้งในระดับระหว่างประเทศและระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันปราบปรามและการช่วยเหลือผู้เสียหายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความสำคัญของ Global Fraud Summit

นางสาวลลิดา กล่าวต่อไปว่า การประชุม Global Fraud Summit ครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นเวทีระดับสูงที่มุ่งผลักดันเจตนารมณ์ทางการเมืองและความร่วมมือระหว่างประเทศในการรับมือกับ “อาชญากรรมการฉ้อโกง” โดยเฉพาะอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันเป็นภัยคุกคามข้ามชาติที่ส่งผลต่อทั้งความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของประชาชน และความปลอดภัยของประชาคมโลก

สำหรับร่างเอกสารทั้ง 2 ฉบับ มีสาระสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเฝ้าระวังและแบ่งปันข้อมูล การเสริมสร้างประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา การป้องกันและคุ้มครองประชาชน ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การต่อต้านการฉ้อโกงมีความครอบคลุมและสอดรับกับรูปแบบอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

โอกาสสำคัญของไทยในเวทีระหว่างประเทศ

รองโฆษกรัฐบาล ระบุเพิ่มเติมอีกว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้แสดงบทบาทนำและยืนยันเจตนารมณ์ทางการเมืองอย่างชัดเจน ในการผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง โดยเฉพาะการต่อยอดจากการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งไทยและสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เป็นเจ้าภาพร่วมจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อเดือนธันวาคม 2568

“รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมการฉ้อโกง โดยเฉพาะภัยหลอกลวงทางออนไลน์ที่กระทบประชาชนในวงกว้าง การเข้าร่วม Global Fraud Summit ครั้งนี้จะช่วยยกระดับบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ และเสริมสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในการรับมือกับอาชญากรรมรูปแบบใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ” นางสาวลลิดา กล่าวสรุป