นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินงานด้านการต่างประเทศที่สำคัญของรัฐบาลในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเน้นการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการลงทุน การค้า การจ้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมืออาเซียน-สหภาพยุโรป
เมื่อวันที่ 27-28 เมษายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหภาพยุโรป ครั้งที่ 25 ณ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ที่ประชุมได้หารือแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งร่วมกันในด้านการค้าการลงทุน พลังงาน และความมั่นคงรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการเร่งรัดการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-สหภาพยุโรป (FTA) การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน และการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมผลักดันให้อาเซียนและสหภาพยุโรปเป็นกลไกระดับภูมิภาคที่สำคัญในการรับมือกับความท้าทายอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรียังได้ใช้โอกาสดังกล่าวหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีต่างประเทศและผู้แทนระดับสูงขององค์กรและประเทศต่างๆ เช่น สหภาพยุโรป ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม เช็ก ลัตเวีย โปแลนด์ และไซปรัส เพื่อขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ความมั่นคง และดิจิทัล ตลอดจนผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป และอาเซียน-สหภาพยุโรป
การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน
เมื่อวันที่ 29-30 เมษายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อเข้าร่วมการประชุมหารือการจัดการมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ซึ่งเป็นความท้าทายร่วมของภูมิภาค พร้อมเข้าพบหารือกับนายสอนไช สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือภายใต้ "ยุทธศาสตร์ฟ้าใส" (Clear Sky Strategy) ที่มุ่งลดจุดความร้อนและป้องกันไฟป่าอย่างเป็นระบบ พัฒนาการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการทำงานร่วมกันในระยะยาว
ความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทย
นางสาวรัชดากล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง โดยเน้นการทำงานเชิงรุกและความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน การเยือน สปป.ลาวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม สร้างอากาศสะอาด ลดผลกระทบด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมจากปัญหาฝุ่นควัน
"รัฐบาลยืนยันการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศเชิงรุก มุ่งสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชนไทย ทั้งการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือกับนานาประเทศเพื่อรับมือกับความท้าทายและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว ควบคู่กับการเสริมสร้างขีดความสามารถและความยั่งยืนของประเทศในทุกมิติ" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว



