สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ถูก DSI เรียกคดีบุกรุกหาดสวนยา ส่งผลตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมฯ สะดุด
สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ถูก DSI เรียกคดีบุกรุกหาดสวนยา (24.03.2026)

สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ถูก DSI เรียกคดีบุกรุกหาดสวนยา ส่งผลตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมฯ สะดุด

การเมืองไทยร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากพรรคเพื่อไทย ถูก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหาในคดีบุกรุกที่ดินสาธารณะ หาดสวนยา ตำบลศรีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งเธอได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากมี สส.ในมือถึง 9 ที่นั่งจากโควตาบ้านใหญ่แป้งมันเอี่ยมอีสาน

รายละเอียดคดีและผลกระทบทางการเมือง

คดีนี้มีที่มาจากการขยายผลสืบสวนตั้งแต่ปี 2562 และถูกตั้งเป็นคดีพิเศษในปี 2566 หลังพบหลักฐานว่า บริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด ซึ่งเชื่อมโยงกับครอบครัวหวังศุภกิจโกศล ได้ขุดบ่อเก็บกักน้ำ 3 บ่อในที่ดินของรัฐ โดยอ้างเอกสารสิทธิในที่ดินมือเปล่า ครอบครัวหวังศุภกิจโกศลถูกเรียกทั้ง 3 คน ได้แก่ สุดาวรรณ, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล (กำนันป้อ) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและพาณิชย์ ซึ่งเป็นบิดา และ ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดยสุดาวรรณและยลดาได้มอบหมายให้ทนายความยื่นหนังสือขอเลื่อนการพบพนักงานสอบสวนจนกว่าจะปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร

แม้ข้อกล่าวหาจะเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายที่ดินและกฎหมายป่าไม้ แต่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากบริบทที่พรรคเพื่อไทยเพิ่งเสนอชื่อสุดาวรรณเป็นหนึ่งในห้ารัฐมนตรีว่าการของพรรค ซึ่งรวมถึงยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และประเสริฐ จันทรรวงทอง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การแข่งขันทางการเมืองในนครราชสีมาและผลกระทบต่อตระกูลหวังศุภกิจโกศล

ในพื้นที่นครราชสีมา ซึ่งมี สส. 16 คนจากการเลือกตั้งปี 2569 พรรคเพื่อไทยคว้าชัย 10 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาชนได้ 3 ที่นั่ง และพรรคภูมิใจไทยได้ 3 ที่นั่ง ตระกูลหวังศุภกิจโกศลภายใต้การนำของกำนันป้อ ยลดา และสุดาวรรณ สามารถกวาด สส.ในเมืองโคราชมาได้ 2 สมัยติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม หากสุดาวรรณมีปัญหาคุณสมบัติเนื่องจากการถูกดำเนินคดี อาจเปิดทางให้บุคคลอื่นเข้ามาแทนที่ตำแหน่งรัฐมนตรี

การเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้ พลพีร์ สุวรรณฉวี สส.จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กลายเป็นผู้ได้ประโยชน์ทางการเมือง เนื่องจากสามารถเจาะฐานเสียงของตระกูลหวังศุภกิจโกศลได้สำเร็จ และอาจช่วยปูทางสำหรับการเมืองท้องถิ่นในอนาคต

สุดาวรรณยังคงใช้ความเงียบตอบโต้ต่อข้อกล่าวหา โดยปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ขณะร่วมงานอบรมสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของตำแหน่งทางการเมืองในยุคที่คดีความสามารถส่งผลกระทบต่อการดำรงตำแหน่งได้ทันที