ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในคดีที่สำคัญทางการเมือง โดยชี้ขาดว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ได้ถือครองหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งหมายความว่า สถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเขายังคงอยู่ ไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ
รายละเอียดคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ว่า การถือครองหุ้นของนายพิธาในไอทีวีไม่เข้าข่ายต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) ซึ่งห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งถือครองหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน โดยศาลเห็นว่าหุ้นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง และนายพิธาไม่ได้มีอำนาจควบคุมกิจการจริง
ผลกระทบทางการเมือง
คำวินิจฉัยนี้ส่งผลให้นายพิธาสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรได้ตามปกติ ซึ่งเป็นการพลิกสถานการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญ หลังจากก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้เขาหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส. ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ คดีนี้เริ่มต้นจากคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการถือครองหุ้นไอทีวีของนายพิธา ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลใช้เวลาพิจารณานานหลายเดือน ก่อนจะมีคำวินิจฉัยในที่สุด
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
นายพิธากล่าวขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่พิจารณาคดีอย่างรอบคอบ และยืนยันว่าตนไม่เคยมีเจตนาที่จะละเมิดกฎหมาย พร้อมเตรียมกลับมาทำงานเพื่อประชาชนอีกครั้ง ขณะที่ฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลต่างแสดงความเห็นที่แตกต่างกันไป
- พรรคก้าวไกลแสดงความยินดีกับคำวินิจฉัย และเชื่อว่าความยุติธรรมได้เกิดขึ้นแล้ว
- พรรคพลังประชารัฐยังไม่แสดงความเห็นอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวภายในระบุว่าอาจยื่นคำร้องเพิ่มเติม
- นักวิชาการหลายคนมองว่าคำวินิจฉัยนี้จะช่วยลดความขัดแย้งทางการเมืองในระยะสั้น
การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือเป็นบทสรุปของคดีที่ถูกจับตามองอย่างมาก และมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคต



