ประวัติชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ทุบสถิติคะแนนตัวเอง
ประวัติชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ทุบสถิติ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ทุบสถิติคะแนนสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) 2569 ประกาศออกมาเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระที่ลงชิงเก้าอี้เป็นสมัยที่ 2 สามารถคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายด้วยคะแนน 1,444,914 คะแนน ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมที่เขาทำไว้เมื่อปี 2565 ที่ 1,386,215 คะแนน และเป็นคะแนนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

นายชัชชาติกล่าวบนเวทีที่สเตเดียมวัน หลังการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเกิน 50% ว่า "ไม่ว่าใครจะเลือกเราหรือไม่ เราจะต้องไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ที่ผ่านมาเราพยายามทำเต็มที่และคิดว่าต้องทำต่อไปอย่างเต็มที่เหมือนกัน ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่กรุณาไปออกคะแนนเสียงให้ ผมว่าเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย"

ประวัติชีวิตและการศึกษา

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2509 ปัจจุบันอายุ 59 ปี (ย่าง 60) ชื่อเล่น "ทริป" เป็นบุตรของพลตำรวจเอกเสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กับจิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาสองคน ได้แก่ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.นายแพทย์ฉันชาย สิทธิพันธุ์ กรรมการแพทยสภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นฝาแฝดผู้พี่ของนายชัชชาติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ชีวิตส่วนตัว นายชัชชาติสมรสกับปิยดา พนักงานการบินไทย ปัจจุบันหย่าร้างตั้งแต่ปี 2560 มีบุตรชายหนึ่งคนคือ นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือ แสนดี ซึ่งเป็นผู้พิการทางการได้ยินตั้งแต่กำเนิด โดยได้รับการผ่าตัดประสาทหูเทียมเมื่อปี 2545 และเป็นแรงบันดาลใจให้นายชัชชาติต้องการพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่เข้าใจผู้พิการอย่างแท้จริง

ด้านการศึกษา นายชัชชาติจบมัธยมต้นจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มัธยมปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโครงสร้าง จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ และปริญญาเอกวิศวกรรมโยธา (โครงสร้าง) จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

เส้นทางการเมืองและผลงาน

ก่อนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติเป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองครั้งแรกจากตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นบุคคลระดับหัวกะทิของรัฐบาลในด้านการวางยุทธศาสตร์ของประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับการขนส่งระบบรางเป็นพิเศษ ผลงานในช่วงที่เขาเป็นรัฐมนตรี ได้แก่ การแก้แบบสถานีกลางบางซื่อให้รองรับรถไฟความเร็วสูง การแก้แบบสายสีแดงเข้มจาก 3 ทางเป็น 4 ทาง การจัดซื้อขบวนรถด่วนพิเศษ CNR จำนวน 8 ขบวน การเปลี่ยนรางรถไฟในภาคเหนือตอนบนทั้งหมด และการให้ข้าราชการระดับ 9 ขึ้นไปนั่งรถเมล์มาทำงานแล้วรายงานปัญหา

ก่อนหน้านี้ นายชัชชาติเคยทำงานเป็นวิศวกรโครงสร้างในบริษัทเอกชน ก่อนจะเบนเข็มมาทำงานด้านวิชาการ โดยเป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในตำแหน่งรองศาสตราจารย์ และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายจัดการทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง

นายชัชชาติทำงานในฐานะนักวิชาการ ได้มีโอกาสช่วยงานและให้คำปรึกษาแก่กระทรวงคมนาคมในสมัยรัฐบาลทักษิณ 2 และรัฐบาลสมัคร จากนั้นในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้รับการทาบทามให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และสร้างผลงานจนเป็นที่รู้จัก หลังจากสิ้นสุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เขาเบนเข็มไปทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ก่อนลาออกมาสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2565 ดำรงตำแหน่งเกือบ 4 ปีเต็ม ก่อนลาออกเพื่อไปงานรับปริญญาลูกชาย และไม่อยากนั่งรักษาการ ขณะที่ตนเองก็จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2

มีมดัง "รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี" และ "เอ้า..เปิด"

ในช่วงต้นปี 2557 นายชัชชาติซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตกเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียล หลังจากมีคนถ่ายภาพเขาใส่เสื้อแขนกุดสีดำ กางเกงขาสั้น เดินเท้าเปล่า ถือถุงแกงและถุงใส่ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ด้วยท่าทางมุ่งมั่นและมีกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรง เข้าไปทำบุญตักบาตรที่วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์ ชาวเน็ตนำภาพไปตัดต่อล้อเลียน (Meme) ในเชิงแซวว่าท่านมีพละกำลังมหาศาลคล้ายซูเปอร์ฮีโร่ จนกลายเป็นไวรัลระดับประเทศ และได้รับฉายาว่า "รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี" นับตั้งแต่นั้น เมื่อมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ฉายานี้ยังคงถูกพูดถึงอยู่เสมอ เพราะไลฟ์สไตล์ที่ชอบตื่นตี 4 มาวิ่งออกกำลังกาย และทำงานลุยๆ ลงพื้นที่แบบไม่มีพิธีรีตอง

ช่วงท้ายของตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติสร้างมีมโด่งดังอีกครั้ง เมื่อไปเปิด "ถนนพรานนก–พุทธมณฑล สาย 4" (ตัดใหม่) ช่วงพุทธมณฑลสาย 2–3 เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 เพื่อระบายการจราจรฝั่งธนบุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีการตั้งเวทีใหญ่โตหรือพิธีรีตองตัดริบบิ้น พอถึงเวลาเปิด นายชัชชาติพูดสั้นๆ แค่ว่า "เปิดง่ายๆ เอ้า...เปิด!" พร้อมตะโกนให้สัญญาณ พิธีเปิดทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียง 3 วินาที แล้วปล่อยให้รถวิ่งสัญจรได้ทันที