ครม.อนุมัติเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ 11 กรกฎาคมนี้
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอ ให้เปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ บริเวณหลักเขตแดนที่ 23/9 – 23/10 และปิดจุดผ่านแดนเดิมบริเวณหลักเขตแดนที่ 22-23 โดยให้มีผลบังคับใช้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยกำหนดเวลาทำการตามเวลาท้องถิ่นประเทศไทยระหว่างเวลา 05.00-23.00 น. ของทุกวัน
ยกระดับโลจิสติกส์ชายแดนไทย-มาเลเซีย
การเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับโลจิสติกส์ชายแดนไทย–มาเลเซีย สนับสนุนการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยที่ประชุม ครม. ได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานที่คั่งค้างให้แล้วเสร็จ อาทิ การก่อสร้างถนนเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มศักยภาพการจราจรในฝั่งไทย การแก้ไขปัญหาช่องทางจราจรบริเวณหน้าด่านพรมแดนในฝั่งไทย และการจัดบริการรถรับส่งมายังพื้นที่ส่วนใน โดยให้หน่วยงานรับผิดชอบจัดทำแผนการปฏิบัติงานและกรอบระยะเวลาการดำเนินงานให้ชัดเจน
การเยือนมาเลเซียของนายกรัฐมนตรีไทย
นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569 ตามคำเชิญของดาโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย การเยือนครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดันความร่วมมือต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในโอกาสที่ทั้งสองประเทศจะฉลองครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2570
ร่างแถลงการณ์ร่วมไทย-มาเลเซีย
ที่ประชุม ครม. ยังเห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมของนายกรัฐมนตรีไทยกับมาเลเซียในโอกาสการเยือนครั้งนี้ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ โดยร่างแถลงการณ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือไทย-มาเลเซียในสาขาสำคัญ ครอบคลุมถึงการพัฒนาและจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน การส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ การส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงและการรับมือกับภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ การส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในมิติของความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม และความร่วมมือในกรอบอาเซียน
การประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวก
ให้กระทรวงมหาดไทย จังหวัดสงขลา ด่านศุลกากรสะเดา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการชี้แจงและประชาสัมพันธ์ข้อมูล เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางการเดินรถ ช่องทางในการปฏิบัติพิธีศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงแนวทางการดำเนินงานของภาครัฐเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการท่องเที่ยวให้แก่ภาคเอกชน ผู้ประกอบการและประชาชนบริเวณชุมชนด่านนอก



