เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมใจไทย แถลงที่รัฐสภาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปราบปรามกลุ่มทุนสแกมเมอร์ที่ใช้แรงงานชาวเมียนมาเข้าตั้งธุรกิจล้งในตลาดสดกว่า 300 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าคนไทยเสียอาชีพและรายได้
สแกมเมอร์ใช้แรงงานเมียนมายึดตลาดสด
นายบุญรวีเปิดเผยว่า กลุ่มแรงงานชาวเมียนมาจำนวนมากได้รับเงินทุนจากเครือข่ายสแกมเมอร์ในสามเหลี่ยมทองคำ ชเวก๊กโก และเมียววดี ซึ่งเป็นเครือข่ายก๊กอาน โดยใช้นอมินีคนไทยเปิดบริษัทเงินทุนสนับสนุนกลุ่มแรงงานให้เปิดล้งในตลาดสด ส่งผลให้ตลาดสดกว่า 300 แห่งในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ปทุมธานี และสมุทรสาคร มีพ่อค้าแม่ค้าชาวเมียนมามากกว่า 80% ของผู้ค้าทั้งหมด
แย่งอาชีพสงวนและฟอกเงิน
การกระทำดังกล่าวเป็นการแย่งอาชีพสงวนตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 จำนวน 40 อาชีพ รวมถึงอาชีพขายของหน้าร้านและงานเร่ขายสินค้า ซึ่งมีบทลงโทษปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท ส่งกลับประเทศ และขึ้นแบล็คลิสต์ นอกจากนี้ กลุ่มผู้ค้าชาวเมียนมายังตั้งกลุ่มอั้งยี่ข่มขู่คุกคามคนไทย สร้างความเสียหายต่ออธิปไตยของประเทศ
เรียกร้องรัฐบาลปราบปรามจริงจัง
นายบุญรวีกล่าวว่า “เงินที่กลุ่มสแกมเมอร์ใช้ดำเนินการนั้นมาจากการฟอกเงินดำเป็นเงินขาว ทำให้คนไทยสูญเสียอาชีพและรายได้ ผมขอสนับสนุนนายกรัฐมนตรีในนโยบายปราบมาเฟียข้ามชาติเป็นนโยบายเรือธง และเรียกร้องให้ปราบปรามต่างด้าวที่กลุ่มสแกมเมอร์ใช้ตั้งธุรกิจล้งตลาดสดอย่างจริงจัง พร้อมเพิ่มโทษเจ้าหน้าที่ที่รับสินบนปล่อยปละละเลย”
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าคนไทยที่ถูกแย่งอาชีพมานาน 3-4 ปี ทำให้รายได้ถูกส่งกลับประเทศเมียนมา และกลุ่มสแกมเมอร์ยังใช้ธุรกิจนี้ในการฟอกเงิน สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ



