นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเข้าหารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเองและพบปัญหาสำคัญ 2 ประเด็นใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ภาคใต้จนถึงภาคเหนือ ซึ่งต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรีบดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน
โรงเรียนบ้านขอนหาด: อาคารเรียนอายุ 70 ปี เสาร้าวขั้นวิกฤต
ประเด็นแรก นายอรรถวิชช์ได้สะท้อนถึงความเดือดร้อนของโรงเรียนบ้านขอนหาด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งแม้ว่าจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในต่างจังหวัด แต่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ในฐานะแหล่งบ่มเพาะและสร้างนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทยมาแล้วมากมาย ตั้งแต่รุ่นอายุ 14, 16 และ 18 ปี ตลอดจนยอดนักตบลูกยางสาวทีมชาติชุดใหญ่อย่าง “ปิยะนุช แป้นน้อย” และ “อัจฉราพร คงยศ” ทว่าในปัจจุบันอาคารเรียนที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2499 มีอายุการใช้งานยาวนานราว 70 ปี ตกอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมอย่างหนัก ตัวเสาอาคารเกิดการแตกร้าวจนเข้าขั้นวิกฤตและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของครูและนักเรียนได้
นายอรรถวิชช์กล่าวต่อว่า หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่เร่งแก้ไข อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการศึกษาและการพัฒนานักกีฬาทีมชาติในอนาคต จึงได้เรียกร้องไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เร่งอนุมัติงบประมาณเพื่อเปลี่ยนอาคารเรียนหลังเดิมนี้ให้เป็นอาคารเรียนรุ่นใหม่ ขนาดสองชั้น จำนวน 8 ห้องเรียน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เส้นทางแม่วิน-เชียงใหม่: ไหล่ทางแคบ เกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยกว่า 100 ครั้งต่อปี
ส่วนประเด็นที่สอง สส.พรรครวมไทยสร้างชาติได้เสนอความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณเส้นทางแม่วิน-สามแยกบ้านห้วยเกี๋ยง ซึ่งเส้นทางสายนี้ถือเป็นเส้นทางคมนาคมยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อไปยังโครงการหลวงแม่แฮ, ทุ่งหลวง และขุนวาง ทั้งยังเป็นเส้นทางสายหลักที่เชื่อมระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีประชาชนและพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ใช้สัญจรขับขี่เป็นจำนวนมากในแต่ละวัน
นายอรรถวิชช์บอกว่า จากการตรวจสอบถนนสายดังกล่าวมีความกว้างเพียง 5 เมตรเท่านั้น แคบเกินไปสำหรับปริมาณรถในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงเฉลี่ยสูงกว่า 100 ครั้งต่อปี ที่ผ่านมานายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน พร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่ได้รวมตัวกันสะท้อนความเดือดร้อน และเรียกร้องขอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการก่อสร้างไหล่ทางระยะทางรวม 15 กิโลเมตร แม้ภาครัฐจะติดขัดเรื่องงบประมาณจนต้องทยอยดำเนินการเป็นช่วงๆ ก็ตาม แต่ขอให้ส่งสัญญาณเริ่มปักหมุดก่อสร้างโดยเร็วที่สุด เพื่อลดการสูญเสียและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่คนในพื้นที่รวมถึงนักท่องเที่ยว



