ศุภจี รับทาบ วีระพงษ์ รองหัวหน้า ปชป. เป็นกุนซือรองนายกฯ หวังปิดดีล FTA ไทย-อียู มิ.ย.นี้
ศุภจี ทาบ วีระพงษ์ รองหัวหน้า ปชป. เป็นกุนซือรองนายกฯ

ศุภจี เปิดใจทาบ วีระพงษ์ รองหัวหน้า ปชป. นั่งเก้าอี้กุนซือรองนายกฯ หวังเสริมทัพพาณิชย์

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการทาบทามนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มารับตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีแบบไร้ค่าตอบแทน โดยย้ำว่าการตัดสินใจครั้งนี้มุ่งเน้นที่ผลงานและความสามารถเป็นหลัก ไม่แบ่งแยกพรรคการเมืองใดๆ

เหตุผลหลัก: ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการค้า

นางศุภจี ระบุว่า นายวีระพงษ์ ถือเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถสูง โดยเฉพาะในด้านการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลชุดก่อนหน้า เธอเห็นว่าเขามีศักยภาพที่จะช่วยขับเคลื่อนงานที่ยังค้างคาอยู่ให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"เราเน้นเรื่องผลงานและการทำงานเป็นหลัก ไม่ว่าจะสังกัดพรรคใดก็ไม่เป็นปัญหา" นางศุภจี กล่าว พร้อมเสริมว่า การทาบทามครั้งนี้เกิดขึ้นจากความต้องการเสริมสร้างทีมงานให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ซับซ้อนในปัจจุบัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เป้าหมายเร่งด่วน: ปิดการเจรจา FTA ไทย-อียู ภายในมิถุนายน

หนึ่งในภารกิจสำคัญที่คาดหวังจากนายวีระพงษ์ คือ การเร่งปิดการเจรจา FTA ไทย-อียู ซึ่งมีกำหนดการเจรจารอบที่ 9 ในเดือนมิถุนายนนี้ นางศุภจี เน้นย้ำว่า "รอบนี้เราต้องการให้ทุกประเด็นที่ติดค้างอยู่ได้รับการแก้ไขให้จบสิ้น เพราะเราไม่มีเวลาเริ่มต้นใหม่"

เธอชื่นชมที่นายวีระพงษ์ ยินดีเข้ามาช่วยงานโดยไม่หวังค่าตอบแทน ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจจริงในการร่วมกันนำพาประเทศฝ่าวิกฤตซ้ำซ้อนหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กระบวนการแต่งตั้งและความโปร่งใส

แม้จะมีการทาบทามและได้รับความยินดีจากนายวีระพงษ์แล้ว แต่กระบวนการแต่งตั้งยังต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวดตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี และนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ

นางศุภจี กล่าวว่า "ทุกคนที่เข้ามาเป็นที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ล้วนมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยงานประเทศ โดยไม่มีค่าตอบแทน" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจิตอาสาและความมุ่งมั่นต่อส่วนรวม

ข้อความถึงสื่อมวลชนและประชาชน

ในตอนท้าย นางศุภจี ได้ฝากข้อความถึงสื่อมวลชนให้ช่วยสื่อสารข้อมูลอย่างถูกต้องและครบถ้วน เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤตที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่

"เราต้องช่วยกันนำเสนอข้อเท็จจริงทั้งหมด อย่าตัดเพียงบางส่วน เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนกได้" เธอกล่าว พร้อมย้ำว่าการทำงานร่วมกันจากทุกฝ่าย โดยไม่แบ่งแยกพรรคการเมือง จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่นางศุภจี ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการทำงานอย่างเป็นทางการ หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่เธอมองว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเร่งรัดงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและเศรษฐกิจไทย