นิด้าชี้รัฐบาลสอบตกแถลงนโยบายน้ำมัน ขาดมาตรการบรรเทาปัญหาและความกล้าต่อรองเอกชน
นิด้าชี้รัฐบาลสอบตกแถลงนโยบายน้ำมัน ขาดมาตรการบรรเทาปัญหา

นิด้าชี้รัฐบาลสอบตกการแถลงนโยบายน้ำมัน ขาดมาตรการบรรเทาปัญหาและความกล้าต่อรองเอกชน

รศ.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการมุมการเมืองของไทยพีบีเอส โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลสอบตกด้านการแถลงนโยบายแก้วิกฤตน้ำมัน โดยสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นคือมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าและความกล้าของรัฐในการเจรจากับภาคเอกชนเพื่อประโยชน์ของประชาชน

มาตรการเร่งด่วนที่ประชาชนคาดหวัง

รศ.พิชาย กล่าวว่า มาตรการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าที่สำคัญที่สุดคือการจัดการกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูง โดยรัฐบาลต้องแสดงความชัดเจนในการลด ค่าการกลั่น ซึ่งปัจจุบันสูงถึง 16-17 บาทต่อลิตร จากปกติเพียง 2-3 บาทต่อลิตร หากสามารถเจรจาให้ลดลงมาอยู่ที่ 5 บาทได้สำเร็จ พร้อมกับการ ตัดภาษีสรรพสามิต อีก 6 บาท จะช่วยลดราคาน้ำมันได้ทันที 14-15 บาทต่อลิตร ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลพร้อมยืนข้างประชาชนอย่างแท้จริง

วิจารณ์ท่าทีรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี

รศ.พิชาย มองท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่ามีลักษณะประนีประนอมและเกรงใจกลุ่มทุนมากเกินไป โดยใช้มาตรการ ขอร้องให้ประชาชนประหยัด ซึ่งเป็นการผลักภาระให้ประชาชน แทนที่จะใช้ความเข้มแข็งบีบให้กลุ่มทุนลดกำไร เขากล่าวว่า ต้องใช้ความเข้มแข็งให้เหมือนที่พูดตอนช่วงสงครามไทย-กัมพูชา ก็ใช้ความเข้มแข็งนั้นวิจารณ์นายทุนบ้าง แต่ดูที่พูดมาสองสามวันนี้มีกังวลงานทุนจะขาดทุน กลัวจะไม่กลั่นบ้างอะไรบ้าง กังวลไปหมดเลย แต่ไม่กังวลแทนประชาชน ให้ประชาชนประหยัดมากขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความท้าทายของรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่

รศ.พิชาย ยังมองว่าการทำงานของเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะเรื่องโครงสร้างน้ำมันเกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจสังคม ภูมิรัฐศาสตร์ และกลไกตลาด เขากล่าวว่า ขิง (เอกนัฎ) ประกาศแข็งกร้าวว่าจะใช้กฎหมายกำหนดค่าการกลั่นเอง ซึ่งถ้าทำได้ผมว่าคงจะได้รับความนิยม แต่ปัญหาคือเวลาเสนอไปก็จะเจอแรงต้านทั้งจากในพรรคร่วมและกลุ่มทุน มันคงยากลำบากสำหรับขิง

ความสัมพันธ์กับภาคเอกชนและแนวทางแก้ไข

เมื่อถูกถามว่าการที่นายอนุทินมาจากภาคเอกชนจะช่วยให้การเจรจากับเอกชนง่ายขึ้นหรือไม่ รศ.พิชาย กล่าวว่า ปรัชญาพื้นฐานของนายทุนคือกำไรสูงสุด และการที่จะยอมลดกำไรมีเงื่อนไขว่าต้องมีกฎหมายบังคับ เขาชี้ว่าที่ต่างประเทศมีการเก็บภาษีลาภลอยจากกำไรที่ล้นเกิน แต่รัฐบาลดูจะไม่กล้าดันเต็มที่ นอกจากนี้ กลุ่มทุนอาจยอมได้หากมีแรงกดดันทางสังคมสูง ซึ่งอาจกดดันรัฐบาลให้มากดดันทุนอีกทอดหนึ่ง

สรุปภาพรวมและความหนักใจของรัฐบาล

รศ.พิชาย กล่าวสรุปว่ารัฐบาลคงหนักใจพอควรเพราะไม่มีช่วงฮันนีมูนเลย ประชาชนไม่รู้สึกว่านี่คือรัฐบาลใหม่ แต่รู้สึกว่านี่คือรัฐบาลเดิมที่ต่อเนื่องมา และมีบทเรียนว่าอนุทินจัดการปัญหาน้ำท่วมหากใหญ่ได้ไม่ดี การจัดการวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ก็ไม่ดี โดยเฉพาะในช่วงหลังสงกรานต์ไม่กี่วันที่ประชาชนเจอปัญหาน้ำมันขาดแคลนเพราะนโยบายรัฐบาลผิดพลาด ความใหม่ของรัฐบาลไม่ช่วยอะไร และคงสร้างความหนักใจมากพอสมควร