อนุทิน ชี้ภูมิใจไทยเติบโตด้วยประชาชน เน้นเอกภาพ-ไม่หวังรัฐบาลพรรคเดียว มั่นใจฝ่าวิกฤตพลังงาน
วันนี้ (6 เมษายน 2569) พรรคภูมิใจไทยจัดงานพิธีทำบุญครบรอบ "ก้าวสู่ปีที่ 18" อย่างคึกคัก โดยมีการประกอบพิธีทางศาสนาพุทธและอิสลาม พร้อมต้อนรับแกนนำพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และแขกผู้มีเกียรติจากแวดวงการเมืองจำนวนมาก
การเติบโตที่มาจากประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของพรรคที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีนับตั้งแต่ก่อตั้ง เขาย้ำว่าการเติบโตนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยตัวเอง แต่มาจากแรงสนับสนุนและทิศทางที่ประชาชนมอบให้
"เราจะทำให้ดีที่สุดด้วยความสุจริตใจ และเจตนารมณ์ที่ยึดประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด สิ่งนี้จะทำให้พรรคโตขึ้นเอง ซึ่งประชาชนเป็นผู้ให้ทิศทางพรรคภูมิใจไทย เราโตขึ้นด้วยประชาชนไม่ได้โตได้ด้วยตัวเอง" นายอนุทินกล่าวอย่างหนักแน่น
เคล็ดลับความสำเร็จ: ความไว้เนื้อเชื่อใจและเอกภาพ
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเปิดเผยว่าเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้พรรคมีเอกภาพคือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิกพรรค พร้อมทั้งเชื่อมั่นในความมุ่งมั่นทุ่มเทของทุกคนในการทำงานเพื่อส่วนรวม
"สิ่งที่นำเสนอทุกอย่างถ้าไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม และจรรยาบรรณ พรรคจะให้การสนับสนุนทุกอย่าง เพื่อให้สมาชิกพรรคนำเจตนารมณ์ของเขาไปมอบให้แก่ประชาชน" เขากล่าวเสริม พร้อมชี้ว่าสโลแกน "พูดแล้วทำ" ของพรรคช่วยสร้างความเชื่อมั่นและโอกาสในการบริหารประเทศ
ไม่ตั้งเป้ารัฐบาลพรรคเดียว มุ่งทำงานร่วมกัน
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่พรรคภูมิใจไทยจะเติบโตจนเป็นรัฐบาลพรรคเดียวในอนาคต นายอนุทินให้ความเห็นว่า การร่วมมือกันดีกว่าการเดินทางเพียงลำพัง
"ถ้าแสวงหาความรู้ และนำพาประเทศไทยก้าวหน้าไปด้วยกันได้โดยไม่มีความขัดแย้ง เราจับมือไว้แล้วไปด้วยกันดีกว่า หากไปคนเดียวในขณะที่อีกห้าถึงหกคนคอยเอาไม้เอามีดทิ่มหลังอยู่มันไม่ดีหรอก ดังนั้น ไปด้วยกันดีที่สุด" เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมา
มั่นใจฝ่าวิกฤตพลังงานและภารกิจรัฐบาล
นายอนุทินแสดงความมั่นใจว่ารัฐบาลภายใต้การนำของเขาจะสามารถแก้ไขวิกฤตพลังงานและปัญหาต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปได้ โดยอ้างอิงจากประสบการณ์การจัดการวิกฤตโควิด-19 และภัยพิบัติในอดีต
เขาย้ำว่า "เราเป็นรัฐบาลต้องแก้วิกฤตทุกอย่างให้ประชาชนได้" พร้อมเน้นย้ำถึงวัฒนธรรมการทำงานของพรรคที่ปลูกฝังให้สมาชิกยึดถือประชาชนเป็นสำคัญ ไม่หลงใหลในคำสรรเสริญ และปราศจากพิธีรีตอง
ทั้งนี้ งานครบรอบ 18 ปีพรรคภูมิใจไทยยังเป็นเวทีที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการเมืองไทย ผ่านพิธีกรรมทางศาสนาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว



