นายกฯ อนุทิน เดินหน้าสร้างความมั่นใจประชาชน รับมือวิกฤตน้ำมันช่วงสงกรานต์
นายกฯ อนุทิน สร้างความมั่นใจ รับมือวิกฤตน้ำมันสงกรานต์

นายกฯ อนุทิน เดินหน้าสร้างความมั่นใจประชาชน รับมือวิกฤตน้ำมันช่วงสงกรานต์

นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงความมุ่งมั่นในการเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชน โดยนำทีมแถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันในประเทศและช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมสั่งการให้ดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มขบวนการน้ำมันเถื่อนที่ลักลอบขนส่งน้ำมันไปขายให้กัมพูชาในทะเล ซึ่งเป็นการตอกย้ำปัญหาการลักลอบขายน้ำมันข้ามแดนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การตอบสนองต่อผลสำรวจความเชื่อมั่นและมาตรการรับมือเศรษฐกิจ

การแถลงข่าวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสถาบันพระปกเกล้าเปิดเผยผลสำรวจของเคพีไอ โพล ซึ่งพบว่า 82.1% ของประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่นหรือไม่เชื่อมั่นเลยว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถรับมือกับเศรษฐกิจได้หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับได้หากรัฐบาลใช้งบประมาณในการดูแลและตรึงราคาพลังงานสำหรับกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบสูง

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างและแนวทางการบริหารจัดการน้ำมัน

รัฐบาลได้มีการปรับเปลี่ยนผู้อำนวยการศูนย์ติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) จากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ซึ่งตกเป็นเป้าหมายของคำวิจารณ์ แม้ว่าจะปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจปั๊มน้ำมันภายใต้แบรนด์ พีที มานานกว่า 20 ปี โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้ามารับหน้าที่แทน พร้อมได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการกำหนดต้นทุนกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายเอกนิติได้เรียกประชุม คตร. ทันทีในวันที่ 2 เมษายน 2569 และได้ข้อสรุปเบื้องต้นหลังการหารือนาน 4 ชั่วโมง ให้กระทรวงพลังงานเร่งดำเนินการ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การปรับลดค่าการกลั่นใหม่ การทบทวนค่าการตลาดใหม่ และการหาต้นทุน War Premium หรือปัจจัยเสี่ยงจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งถูกใช้เป็นข้ออ้างในการคำนวณราคาน้ำมัน ทั้งที่ยังไม่มีความชัดเจนในตัวเลข

ความท้าทายและความคาดหวังจากมาตรการใหม่

การดำเนินการนี้ถือเป็นการแสดงท่าทีที่เอาจริงเอาจังตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมท้าทายกลุ่มทุนใหญ่ในอุตสาหกรรมน้ำมันและพลังงาน ซึ่งในอดีตมักไม่ค่อยมีใครกล้าแตะต้อง โดยเฉพาะการลดรายได้และตัดทอนผลประโยชน์ของโรงกลั่นและผู้ประกอบการ จึงน่าจับตาว่าแนวทางนี้จะประสบความสำเร็จได้มากเพียงใด และจะได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจทางการเมืองอย่างไร

การบริหารจัดการน้ำมันช่วงสงกรานต์และความมั่นใจของประชาชน

นายกรัฐมนตรีอนุทินยังได้แต่งตั้งนายพิพัฒน์เป็นประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำมันช่วงสงกรานต์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าน้ำมันจะไม่ขาดแคลนและมีเพียงพอสำหรับการเติมรถในช่วงขากลับ เท่ากับว่ารัฐบาลได้ทุ่มเททรัพยากรเต็มที่สำหรับเทศกาลสงกรานต์ และเป็นการพิสูจน์ความจริงจังในการท้าทายกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้

ในขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันและปัญหาการขนส่ง เช่น กรณีปั๊มน้ำมัน 6 แห่งที่กักตุนเพื่อหากำไร และกรณีน้ำมันหายจำนวน 57 ล้านลิตรในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์น้ำมันในประเทศ