นายกฯ อนุทิน เดือดขบวนการลักลอบน้ำมันขายกัมพูชา ยันไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในครม.
วันนี้ (2 เมษายน 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีขบวนการลักลอบนำน้ำมันไปขายให้ประเทศกัมพูชา โดยยืนยันว่าได้ตั้งหน่วยติดตามดำเนินการจับกุมแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคาและลักลอบนำน้ำมันออกไปขายนอกประเทศ
ยันดำเนินคดีกลุ่มขบวนการลักลอบน้ำมัน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีอยู่บ้างแต่ไม่เยอะ ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดีและจะดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ที่เป็นภัยความมั่นคงของชาติ ทั้งนี้ตัวการใหญ่เป็นรูปแบบบริษัท โดยในช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะเข้ามารายงานให้รับทราบ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการลักลอบนำน้ำมันไปขายให้ประเทศกัมพูชาถือเป็นข้อหาที่หนักหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบทันทีว่า "ก็เลวครับ" พร้อมพยักหน้ารับเมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเรียกว่าเป็นการขายชาติหรือไม่ ส่วนปริมาณน้ำมันที่ลักลอบนำไปขายมีปริมาณมากหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขอดูในรายละเอียดก่อน เพราะตัวเลขปริมาณน้ำมันในแต่ละพื้นที่จะต้องนำมาปรับและตรวจสอบให้ถูกต้อง
นายอนุทินยืนยันว่า ก่อนจะดำเนินการใด ๆ ก็ต้องมีการตรวจสอบปรับตัวเลขไม่ใช่ฟังจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อไม่ให้การตัดสินใจนั้นผิดพลาด ซึ่งอ้างอิงตัวเลขจากหน่วยงานต่าง ๆ และต้องทำให้ตัวเลขเหมือนกันให้ได้
หารือลดภาษีสรรพสามิตดีเซลเพื่อลดภาระประชาชน
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 1 บาทว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ที่การนำเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยจะหาทุกช่องทางเพื่อลดภาระของประชาชน
ขณะเดียวกันต้องสร้างความมั่นใจว่าจะป้องกันดูแลไม่ให้เกิดการกักตุน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีหลายปัจจัย ทั้งเรื่องราคาน้ำมัน เมื่อน้ำมันในประเทศถูกกว่ามาเลเซีย ก็จะมีคนนำน้ำมันไปใช้ในพื้นที่อื่น รัฐบาลต้องหาจุดสมดุล พร้อมย้ำว่าต้องใช้ทุกวิถีทางแต่ต้องดูวินัยทางการเงินการคลัง รายได้ของรัฐ และสวัสดิภาพค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งมีหลายองค์ประกอบ
ปฏิเสธข้อกล่าวหารัฐบาลอุ้มนายทุน
สำหรับที่มีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลอุ้มนายทุนนั้น นายอนุทินขอยืนยันว่ารัฐบาลมาได้เพราะประชาชน ไม่มีทางแม้แต่จะคิดว่าคนอื่นดีกว่าประชาชน ไม่มีทางจะปกป้องคนไหนมากกว่าคนที่เลือกมา ดังนั้นวันนี้ขอพูดให้ชัดไม่เช่นนั้นจะเกิดความสับสนในกระแสสื่อต่าง ๆ
รัฐบาลสำนึกเป็นอย่างดีว่ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ใครเลือกเรามา และใครให้โอกาส ขอให้จำไว้เลยว่าไม่มีทางที่ผมจะเห็นใครดีกว่าประชาชน พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น หมด ในขณะที่เขาเขียนตำหนิมา บางคนก็ให้ข้อคิด ให้แนวทาง ก็ต้องรับฟัง อ่านดู เพราะเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นคนสาธารณะ ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์
ยันไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในคณะรัฐมนตรี
ทั้งนี้ นายอนุทินยืนยันว่า ไม่มีใครในคณะรัฐมนตรีมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้ ขอยืนยันจริง ๆ ขอให้มั่นใจได้ว่าไม่มี และไม่พูดว่าถ้ามีก็จะไม่เลี้ยงไว้ เพราะมันไม่มี จึงไม่ต้องพูดคำอื่น



