“อนุทิน” ยืนยันส่งรายชื่อ ครม.ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว มั่นใจเปลี่ยนผ่านราบรื่น ป้อง “พิพัฒน์” ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
อนุทินส่งรายชื่อครม.ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ มั่นใจเปลี่ยนผ่านราบรื่น

“อนุทิน” ยืนยันส่งรายชื่อ ครม.ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว มั่นใจเปลี่ยนผ่านรัฐบาลราบรื่น

วันนี้ (30 มีนาคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าได้ดำเนินการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เสนอผ่านขั้นตอนตามระเบียบเรียบร้อยแล้ว เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายต่อไป โดยรายละเอียดเฉพาะยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงมาก่อน

นายกรัฐมนตรีกล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงภารกิจแรกหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ว่า “งานยังทำอย่างต่อเนื่อง รัฐมนตรีหลายคนก็ยังคงอยู่ช่วยงานกันต่อ และส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งสำคัญ จะไม่ทำให้เกิดการชะงักงันในการบริหารประเทศ”

ย้ำเปลี่ยนผ่านราบรื่น ไม่มีสะดุด

นายอนุทินยืนยันในฐานะนายกรัฐมนตรีว่าจะทำให้การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด โดยรับรองว่ารัฐมนตรีของตนจะไม่มีใครออกมาพูดขอให้รอตั้งรัฐบาล ขอเข้าทำงานก่อน หรือขอมีอำนาจเต็มก่อน “ไม่มีใครกล้าพูด เพราะรู้ว่าหากพูดแล้วจะถูกตนตำหนิ” พร้อมเน้นว่า “วันนี้หัวหน้ารัฐบาลเป็นคนเดิม ดังนั้นคำว่าเปลี่ยนผ่านมีอยู่แล้ว แต่คำว่าสะดุดเพราะกฎหมายนั้นไม่มี”

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปกป้อง “พิพัฒน์” ยันไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย หลังนั่งตำแหน่งผู้บริหารสถานการณ์พลังงาน ขณะที่ครอบครัวมีธุรกิจน้ำมัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายอนุทินเปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออก (ศบก.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตนไม่อนุมัติให้ลาออก เนื่องจากนายพิพัฒน์เป็นคนทำงานที่รู้กลไก และต้องใช้ประสบการณ์ของบุคคลเหล่านี้ทำประโยชน์ให้กับประชาชน

นายกฯ ย้ำว่า “ยืนยันว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ ทั้งสิ้น วันนี้ไม่มีใครกล้าคิดถึงประโยชน์ของตนเองและไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้น” พร้อมชี้แจงว่ายังคงใช้ความเห็นและประสบการณ์ของนายพิพัฒน์ในการให้แนวทางบริหารจัดการ ซึ่งหลายแนวทางก็ปฏิบัติออกมาแล้วได้ผล อย่างการให้บริการตามปั๊มน้ำมันที่ถือว่ากลับเข้ามาเกือบสู่ขั้นปกติแล้ว

ทั้งนี้ การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการเตรียมเปลี่ยนผ่านรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งนายอนุทินมุ่งมั่นให้เป็นไปด้วยความราบรื่นและต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพในการบริหารประเทศ