“กัณวีร์” จี้รัฐบาลใหม่เตรียมรับมือวิกฤตโยกย้ายถิ่นฐาน-แรงงานข้ามชาติทวีคูณ
กัณวีร์จี้รัฐบาลใหม่รับมือโยกย้ายถิ่นฐาน-แรงงานข้ามชาติ

“กัณวีร์” ส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลใหม่ เตรียมรับมือวิกฤตโยกย้ายถิ่นฐาน-แรงงานข้ามชาติทวีคูณ

นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ออกมาแสดงความกังวลต่อความท้าทายสำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่จะต้องเผชิญ นั่นคือการบริหารจัดการปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานที่ไม่ปกติ ซึ่งรวมถึงผู้ลี้ภัย บุคคลไร้สัญชาติ และแรงงานข้ามชาติ โดยชี้ว่าแม้ไทยจะมีมาตรการบางส่วน แต่สถานการณ์โลกปัจจุบัน โดยเฉพาะภัยสงครามตะวันออกกลาง อาจทำให้ผลกระทบขยายตัวรุนแรงขึ้น

สถานการณ์โลกผลักดันให้ปัญหาทวีความรุนแรง

นายกัณวีร์ระบุว่า แม้รัฐบาลไทยจะมีนโยบายช่วยเหลือ เช่น การอนุญาตให้ผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาในศูนย์พักพิงชายแดนออกไปทำงานได้ 40,000 คน การให้สถานะบุคคลแก้ปัญหาไร้สัญชาติ 483,626 คน และการจัดทำแรงงาน MOU แต่มาตรการเหล่านี้อาจไม่เพียงพอ เนื่องจากแต่ละประเทศต่างเผชิญผลกระทบคล้ายกัน

“การโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ที่มีผู้พลัดถิ่นฝั่งเมียนมาประมาณ 300,000 คน อาจข้ามมาในประเทศไทย” นายกัณวีร์กล่าว พร้อมตั้งคำถามถึงแนวทางบริหารจัดการหากมีผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และแรงงานข้ามชาติที่ไม่สามารถกลับไปจดทะเบียน MOU กับประเทศต้นกำเนิดได้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เสนอเปลี่ยนภาระเป็นพลัง ผ่านระบบเก็บภาษีและพัฒนาศักยภาพ

เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ นายกัณวีร์เสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งกระบวนการบริหารจัดการ โดยเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง ผ่านการดึงแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างรายได้จากภาษีและพัฒนาประเทศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • จัดระบบจดทะเบียนแรงงานที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถทำงานและเสียภาษีให้ประเทศไทย
  • พัฒนาศักยภาพแรงงานทั้งที่มีทักษะและไม่มีทักษะ เช่น แรงงานผู้ลี้ภัยที่เป็นหมอหรือครู
  • เปลี่ยนจากการทำงานฤดูกาลเป็นการทำงานอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างภาษีและให้การศึกษาพร้อมสวัสดิการ

“ถ้าเกิดเขาได้จดทะเบียน เขาก็จะต้องเสียภาษีให้กับประเทศไทย และจะทำให้ภาษีต่าง ๆ เข้ามาสู่ประเทศไทย ทำให้สามารถเข้ามาร่วมพัฒนาประเทศไทยไปพร้อม ๆ กัน” นายกัณวีร์กล่าว พร้อมย้ำว่าต้องมองภาพรวมให้ครอบคลุม

ชื่นชมนโยบายเดิม แต่เรียกร้องการต่อยอด

นายกัณวีร์ยังกล่าวชื่นชมนโยบายเดิมของไทยที่ได้รับคำชมจาก UNHCR และต่างประเทศ เช่น มติ ครม. เรื่องคนไร้รัฐไร้สัญชาติ แต่เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ต่อยอดอย่างจริงจัง โดยแก้ไขปัญหาความล่าช้าในเรื่องส่วยสัญชาติ เพื่อสร้างระบบที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว