นายกฯ อนุทิน ลงนามตั้ง พิพัฒน์ คุมเข้มผู้ค้าน้ำมัน ป้องกันวิกฤตขาดแคลน
วันนี้ (20 มีนาคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการผลิตและส่งออกน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจากภูมิภาคนี้ อันเป็นแหล่งสำคัญของโลก
ปริมาณสินค้าดังกล่าวที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก จึงได้รับผลกระทบโดยตรง นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา สถานีบริการน้ำมันและคลังน้ำมันหลายแห่งไม่มีน้ำมันจำหน่าย สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่ต้องกำหนดมาตรการเร่งด่วน
มาตรการเข้มงวดสำหรับผู้ค้าน้ำมัน
คำสั่งนี้มีผลตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 มาตรการหลักประกอบด้วย:
- ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569
- ติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในสถานประกอบการอย่างชัดเจน และรายงานการปรับราคาให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทราบทุกครั้ง
- โรงกลั่นน้ำมัน ต้องรายงานปริมาณการผลิต ปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณการจำหน่าย รวมถึงรายชื่อลูกค้าและปริมาณที่ขายให้แก่ลูกค้าแต่ละราย ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน
- ผู้ค้าน้ำมันที่มิใช่โรงกลั่น ต้องรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องภายในเวลาเดียวกัน
- การรายงานทั้งหมดให้เป็นไปตามรูปแบบที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด และส่งทางอีเมล datapmo@doebonline.doeb.go.th
นอกจากนี้ ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ต้องดำเนินการตามข้อกำหนดเดียวกันด้วย เพื่อสร้างความโปร่งใสและป้องกันการกักตุน
มอบหมาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นผู้ควบคุมหลัก
คำสั่งนี้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมันอย่างใกล้ชิด
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมีหน้าที่แจ้งข้อมูลตามข้อ 2 และข้อ 3 ให้แก่บุคคลเหล่านี้ทางอีเมล เพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
นายพิพัฒน์และทีมงานยังได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมเพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งนี้
บริบทวิกฤตและผลกระทบที่กว้างขวาง
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านในตะวันออกกลาง ไม่มีท่าทีว่าจะยุติลงได้ง่าย ส่งผลให้การผลิตและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงอย่างมาก สถานการณ์นี้ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก
ในห้วงเวลาที่ผ่านมา การขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการและคลังน้ำมันหลายแห่งได้สร้างความเดือดร้อนอย่างรุนแรงแก่ประชาชนทั่วไปและภาคธุรกิจ มาตรการนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง
การรายงานการจำหน่ายเป็นรายลูกค้าและรายชื่อลูกค้าที่ซื้อเกิน 3,000 ลิตรต่อครั้ง จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามการกระจายน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดโอกาสการเก็งกำไรและกักตุนที่อาจทำให้ภาวะขาดแคลนทวีความรุนแรงขึ้น
มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรับมือกับวิกฤตพลังงานอย่างเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นการควบคุมอุปทานและราคา เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและลดผลกระทบต่อประชาชน



