ณัฐพงษ์ ยืนยันพรรคประชาชนเสนอชื่อชิงนายกรัฐมนตรี ไม่มีเป้าหมายตั้งรัฐบาลแข่ง
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเสนอชื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎร โดยย้ำว่า ไม่มีความตั้งใจที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่งขันกับฝ่ายรัฐบาลปัจจุบัน แต่ต้องการใช้เวทีสภาเป็นช่องทางสื่อสารข้อห่วงใยและวิสัยทัศน์ต่อประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
การเสนอชื่อในสภา: ไม่มุ่งหวังผลลัพธ์ แต่เน้นประโยชน์สาธารณะ
นายณัฐพงษ์ อธิบายว่า การเสนอชื่อของพรรคประชาชนในครั้งนี้เกิดขึ้นจากมติภายในพรรค โดยตระหนักดีว่า การจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เกิดขึ้นในวันโหวต แต่มีกระบวนการต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงก่อนหน้า เขาชี้แจงว่า หากพรรคภูมิใจไทยไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ ประธานสภาฯ ย่อมไม่บรรจุระเบียบวาระการโหวต ดังนั้น การเสนอชื่อจึงไม่ใช่การสูญเปล่า แต่เป็นโอกาสในการแสดงจุดยืนทางการเมือง
เขายังเสริมว่า ผลการโหวตไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่การได้มีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตยถือเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากกว่า โดยเฉพาะในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านการอภิปรายในสภา
ความกังวลเรื่องความเอกภาพของฝ่ายค้านและกรณีงูเห่า
เมื่อถูกถามถึงข้อกังวลว่าฝ่ายค้านดูไม่เป็นเอกภาพ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า พรรคประชาชนได้ทำงานประสานกับพรรคการเมืองอื่นในฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง และแจ้งข่าวสารให้ทราบล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม การมีมติโหวตเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรค จึงไม่จำเป็นต้องบังคับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
สำหรับประเด็นร้อนเรื่องการซื้อ สส. ข้ามพรรคหรือที่เรียกว่า งูเห่า นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยมีเสถียรภาพด้านเสียงสนับสนุนค่อนข้างดี จึงไม่เห็นเหตุผลที่ต้องมีการกระทำดังกล่าว หากเกิดขึ้นจริง เขาตั้งคำถามเชิงสังคมว่า เราต้องการให้วิธีการทำงานทางการเมืองแบบนี้ดำรงอยู่ในระบบการเมืองไทยหรือไม่ และเพื่อวัตถุประสงค์ใด
เขายังเน้นย้ำว่า หากมีกรณีงูเห่าเกิดขึ้น พรรคประชาชนพร้อมออกมาแสดงบทบาทและชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกับชี้ให้เห็นว่า ปัญหาเรื่องงูเห่าไม่ใช่เฉพาะของพรรคประชาชนเท่านั้น แต่เคยเกิดขึ้นในสภาชุดที่ผ่านมาด้วย โดยมี สส. และผู้สมัครหลายรายเกี่ยวข้อง จึงควรให้สังคมตั้งคำถามกับทุกพรรคการเมืองอย่างเท่าเทียม
บทบาทของนายอนุทินและความคาดหวังต่อการเมืองไทย
ในส่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบแทนได้ว่าควรแสดงวิสัยทัศน์ในสภาหรือไม่ แต่ขอให้รอดูการดำเนินการตามข้อบังคับ ซึ่งเน้นการอภิปรายคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ท้ายที่สุด เขาเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองส่ง ผู้สมัครที่ดีที่สุดให้ประชาชนเลือก เพื่อสร้างระบบการเมืองที่โปร่งใสและมีคุณภาพ พร้อมกับหวังว่าสังคมจะให้ความสำคัญกับการตรวจสอบทุกฝ่ายอย่างเป็นกลาง



