รัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ ตั้งเป้าฟื้นฟูเศรษฐกิจและลดช่องว่างรายได้
รัฐบาลได้ประกาศแผนการปรับโครงสร้างระบบภาษีอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในระยะยาว แผนดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ในปีหน้า หลังจากผ่านกระบวนการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
รายละเอียดการปรับเปลี่ยนภาษีสำคัญ
การปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้ครอบคลุมหลายด้าน โดยเน้นการลดภาระภาษีสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ในขณะเดียวกันจะเพิ่มอัตราการเก็บภาษีจากกลุ่มทุนใหญ่และบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้สูง เพื่อสร้างความสมดุลในการกระจายรายได้
- ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน
- ปรับเพิ่มภาษีนิติบุคคล สำหรับบริษัทที่มีกำไรสุทธิเกิน 500 ล้านบาทต่อปี
- ขยายฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม ในสินค้าฟุ่มเฟือยบางประเภท
- ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แก่ธุรกิจที่ลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่
ผลกระทบและความคาดหวัง
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจคาดการณ์ว่า การปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนกลุ่มฐานราก ซึ่งอาจส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศขยายตัวมากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในภาคอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูง
อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์จากบางฝ่ายว่า การเพิ่มภาษีสำหรับกลุ่มทุนใหญ่อาจทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น ซึ่งรัฐบาลได้ออกมายืนยันว่าจะมีมาตรการป้องกันเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
รัฐบาลตั้งเป้าว่า แผนการปรับโครงสร้างภาษีนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ลงได้อย่างน้อย 10% ภายใน 5 ปี พร้อมทั้งส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ขยายตัวในอัตราไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี



