อรรถวิชช์ รายงานตัวเป็น สส. แทนพีระพันธุ์ เผย 2 สส. รทสช. พร้อมโหวตหนุนอนุทินเป็นนายกฯ
อรรถวิชช์ รายงานตัวเป็น สส. เผย รทสช. โหวตหนุนอนุทิน

อรรถวิชช์ รายงานตัวเป็น สส. แทนพีระพันธุ์ เผยพร้อมโหวตหนุนอนุทินเป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เข้ารายงานตัวยังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หลังราชกิจจานุเบกษาประกาศเลื่อนลำดับให้เขาดำรงตำแหน่ง สส. แทนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติที่ลาออกจากตำแหน่ง สส. ไปก่อนหน้านี้

พร้อมสนับสนุนอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อผลักดันกฎหมายสำคัญ

ภายหลังการรายงานตัว นายอรรถวิชช์ ให้สัมภาษณ์ว่า สส. ของพรรครวมไทยสร้างชาติทั้ง 2 เสียง พร้อมลงมติสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อขอเสียงสนับสนุนในการผลักดันร่างกฎหมายสำคัญของพรรคจำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ ร่างกฎหมายเสรีโซลาร์ และ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต หรือ กฎหมายปลดล็อกเครดิตบูโร

นายอรรถวิชช์ เปิดเผยว่า จากการพูดคุยเมื่อวันก่อน มีทิศทางและการตอบรับที่ดีในประเด็นดังกล่าว แต่ในรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของการสนับสนุนร่างกฎหมายหรือการเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลนั้น เขาขอรอความชัดเจนและเตรียมแถลงอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (19 มีนาคม) เวลาประมาณ 08.30 น. โดยย้ำว่า ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ นอกจากการวางเป้าหมายผลักดันร่างกฎหมายของพรรคให้สำเร็จ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เดินหน้าทำงานในสภาผู้แทนราษฎรตามแนวทางพีระพันธุ์

สำหรับการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า นายพีระพันธุ์ ได้มอบหมายให้เขาดำเนินการเดินหน้าและผลักดันร่างกฎหมายสำคัญของพรรคให้บรรลุผลสำเร็จ ขณะที่นายพีระพันธุ์ จะมุ่งเน้นการทำงานสร้างเครือข่ายและตั้งสาขาพรรค เนื่องจากในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรครวมไทยสร้างชาติไม่สามารถส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกจังหวัดได้ เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการไพรมารีโหวตได้อย่างสมบูรณ์

นายอรรถวิชช์ ยังเสริมว่า เขาได้วางเป้าหมายให้การทำงานในสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปด้วยความสำเร็จ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและกฎหมายที่สำคัญต่อประเทศต่อไป