บวรศักดิ์ ชี้ช่องทางด่วน ครม.ชุดใหม่ มีอำนาจเต็มแก้วิกฤตพลังงาน แม้ยังไม่แถลงนโยบาย
บวรศักดิ์ ชี้ทางด่วน ครม.ใหม่มีอำนาจเต็มแก้วิกฤตพลังงาน

บวรศักดิ์ ชี้ช่องทางด่วน ครม.ชุดใหม่ มีอำนาจเต็มเพื่อแก้วิกฤตด้านพลังงาน แม้ยังไม่แถลงนโยบาย

ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (17 มีนาคม 2569) ซึ่งมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้ชี้แจงไทม์ไลน์การตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดยอธิบายเป็น 2 รูปแบบหลัก เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขวิกฤตด้านพลังงานที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

รูปแบบปกติ: ไทม์ไลน์การตั้งรัฐบาลชุดใหม่

นายบวรศักดิ์ อธิบายรูปแบบที่ 1 ซึ่งเป็นรูปแบบปกติ เริ่มต้นหลังการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคมนี้ โดยจะมีการนำรายชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อจากนั้น หลังจากมีพระบรมโองการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรีแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติของรัฐมนตรี แม้จะเป็นรัฐมนตรีคนเดิมก็ยังต้องยืนยันคุณสมบัติอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นจึงจะมีการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ คาดการณ์ว่า จะได้ครม.ชุดใหม่ในช่วงวันที่ 10-11 เมษายน หรืออย่างช้าไม่เกินวันที่ 16 เมษายน 2569

รูปแบบด่วน: ใช้มาตรา 161 วรรค 3 ของรัฐธรรมนูญเพื่อแก้วิกฤตพลังงาน

สำหรับรูปแบบที่ 2 นายบวรศักดิ์ อธิบายว่า ในสถานการณ์วิกฤตฉุกเฉินด้านพลังงาน ซึ่งอยู่ในภาวะไม่ปกติ สามารถนำมาตรา 161 วรรค 3 ของรัฐธรรมนูญมาใช้ได้ โดยในการทูลเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ จะมีการขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เพื่อให้คณะรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศเพื่อแก้ไขวิกฤต แม้จะยังไม่มีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาก็ตาม รูปแบบนี้จะทำให้การทำงานของครม.ชุดใหม่มีอำนาจเต็มและรวดเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แหล่งข่าวจากคณะรัฐมนตรีเปิดเผยว่า สำหรับรูปแบบที่ 2 นี้ยังไม่เคยมีการใช้มาก่อน ซึ่งหากดำเนินการจริงถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย อย่างไรก็ดี นายบวรศักดิ์ย้ำว่า การอธิบายทั้งสองรูปแบบนี้เป็นเพียงการแสดงความเห็นส่วนตัวแก่ที่ประชุมครม.เท่านั้น เพื่อให้เห็นภาพรวมของไทม์ไลน์และความเป็นไปได้ในการบริหารงาน

การหารือในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่กำลังส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง ทั้งปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่ปั๊มและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งหามาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน