ธรรมนัส เตรียมจับมือพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน ชี้มิตรภาพการเมืองไม่จีรัง ปัดตอบภูมิใจไทย
ธรรมนัสจับมือพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน ชี้มิตรภาพไม่จีรัง

ธรรมนัส เตรียมจับมือพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน ชี้มิตรภาพการเมืองไม่จีรัง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการเมืองหลังพรรคกล้าธรรมมีแนวโน้มจะเป็นฝ่ายค้าน โดยระบุว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หลังมีข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยปิดดีลตั้งรัฐบาล พร้อมเน้นย้ำว่า การเป็นนักการเมืองต้องทำได้ทุกหน้าที่ ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ

ก้าวข้ามความขัดแย้ง มุ่งเน้นผลประโยชน์ประชาชน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า "เป็นนักการเมืองต้องอยู่ได้ทุกสถานะ มิตรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง คนที่ร่วมทางการเมือง วันหนึ่งต้องแยกทาง ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นศัตรูกัน" โดยชี้ว่า แม้จะเป็นฝ่ายค้าน แต่ต้องมีหลักการ ไม่ใช่โวยวายหรือค้านทุกเรื่อง หากเรื่องไหนมีประโยชน์ต่อประชาชนก็ไม่ควรค้าน

สำหรับการเตรียมตัวเป็นฝ่ายค้าน ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า ได้เน้นย้ำกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคกล้าธรรมทั้ง 58 คน ว่า ต้องทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของแต่ละพื้นที่ เครือข่ายที่สร้างไว้ 7-8 ปี ต้องสามารถประสานงานต่อได้ และตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเต็มที่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัดตอบภูมิใจไทยเหตุชิง สส.เขต ย้ำไม่มีงูเห่า

เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่สายสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยขาดกัน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องลงสมัคร สส.แข่งกันเองในเขตเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า "ถ้าไม่แข่งกันเองก็ฮั้วกันสิครับ" พร้อมย้ำว่า ตนเองมีคุณธรรมพอ ไม่ใช่ฝ่ายค้านหรือฝ่ายแค้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ส่วนกรณีที่พูดเปรยบนเวทีงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าจะไปไม่นาน ร.อ.ธรรมนัส อธิบายว่า ความไม่แน่นอนของการเมืองเป็นเรื่องธรรมชาติ บางครั้งพรรคที่ได้อันดับหนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะเป็นรัฐบาลเสมอไป ขึ้นอยู่กับผลงานและการบริหารบ้านเมือง

เตรียมประชุมกำหนดทิศทางโหวตประธานสภาฯ

ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เนื่องจากไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคหรือหัวหน้าพรรค โดยบทบาทการหาเสียงกับการบริหารพรรคแตกต่างกัน ตนในฐานะที่ปรึกษาจะคอยให้คำแนะนำ แต่การตัดสินใจอยู่ที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค

สำหรับทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน ต้องมีการหารือเพื่อเป็นมติพรรค ซึ่งจะมีการประชุมกันในเช้าวันที่ 15 มีนาคมนี้

ยืนยันสานต่อนโยบาย ส.ป.ก. 4-01 เพื่อประชาชน

เมื่อถูกถามว่านโยบาย ส.ป.ก. 4-01 จะไม่ได้รับการสานต่อหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน มั่นใจว่าใครก็ตามที่มานั่งตำแหน่งนี้จะสานต่อ แต่ถ้าไม่สานต่อ จะใช้ สส.ของตนทั้ง 58 คน ขับเคลื่อนผ่านสภา

ส่วนการหารือถอดบทเรียนในพรรคว่าทำไมถึงไม่ได้ร่วมรัฐบาล ทั้งที่มี 58 เสียง ร.อ.ธรรมนัส ชี้ว่า บางครั้งความสำเร็จในการได้มาซึ่งชัยชนะในการเลือกตั้ง ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าจะสามารถเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อใดก็ตามที่ไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง ก็ไม่สามารถควบคุมได้

ท้ายที่สุด ร.อ.ธรรมนัส เน้นย้ำว่า การเมืองต้องก้าวข้ามความขัดแย้งส่วนตัว มุ่งเน้นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก พร้อมเตรียมพร้อมสำหรับทุกบทบาทในสภาผู้แทนราษฎร