ทรัมป์ยืนยันไม่ใช้คลังน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ แม้ราคาน้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลลาร์
ทรัมป์ไม่ใช้คลังน้ำมันสำรอง แม้ราคาน้ำมันพุ่ง

ทรัมป์ยืนยันไม่ใช้คลังน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ แม้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องนำคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ หรือ Strategic Petroleum Reserve (SPR) ออกมาใช้ เพื่อลดแรงกดดันจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านที่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

เหตุผลและมาตรการผ่อนปรนชั่วคราว

ทรัมป์ให้เหตุผลผ่านการสัมภาษณ์กับสำนักข่าว Associated Press (AP) เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ ยังมีปริมาณน้ำมันในประเทศมหาศาลเพียงพอ และไม่จำเป็นต้องใช้คลังสำรองในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ในทางตรงกันข้าม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียชั่วคราวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อช่วยลดแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

การผ่อนปรนดังกล่าวอนุญาตให้รัสเซียส่งออกน้ำมันดิบไปยังอินเดียได้จนถึงวันที่ 4 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อรักษาเสถียรภาพอุปทานน้ำมันในตลาดโลก และบรรเทาความกดดันด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายละเอียดของคลังน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ SPR

คลังน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ SPR ของสหรัฐฯ ถูกเก็บไว้ในถ้ำเกลือใต้ดินขนาดใหญ่ใน 2 รัฐหลัก ได้แก่ รัฐเท็กซัส และรัฐหลุยเซียนา ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ปัจจุบัน SPR มีกำลังการจุรวมกว่า 700 ล้านบาร์เรล ตามข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 คลังนี้ยังคงมีน้ำมันเหลืออยู่ประมาณ 415 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากระดับราว 395 ล้านบาร์เรลเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สหรัฐฯ เริ่มจัดตั้ง SPR หลังจากเกิดวิกฤตน้ำมันครั้งใหญ่ในปี 2516 เมื่อกลุ่มประเทศอาหรับผู้ส่งออกน้ำมัน (OAPEC) ซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบีย ประกาศงดส่งออกน้ำมันไปยังประเทศที่สนับสนุนอิสราเอล หลังสงครามยมกิปปูร์ (Yom Kippur War) ที่อียิปต์และซีเรียเปิดฉากเพื่อทวงคืนดินแดนที่อิสราเอลยึดครองตั้งแต่สงคราม 6 วันในปี 2510

แม้มาตรการนี้จะถูกยกเลิกในเดือนมีนาคม 2517 แต่ตลาดน้ำมันโลกยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเกือบร้อยละ 300 จากระดับประมาณ 3 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นเกือบ 12 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาในสหรัฐฯ สูงกว่าราคาเฉลี่ยของตลาดโลกมาก ต่อมาในปี 2522 โลกเผชิญวิกฤตน้ำมันครั้งที่ 2 จากปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน ทำให้ SPR กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของสหรัฐฯ

ประวัติการใช้งานและสถานการณ์ปัจจุบัน

คลังนี้ช่วยให้สหรัฐฯ มีน้ำมันสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน โดยเคยมีปริมาณสูงสุดที่ 726.6 ล้านบาร์เรลเมื่อกว่า 15 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันสหรัฐฯ เป็นผู้ส่งออกน้ำมันมากกว่านำเข้า แต่ยังคงรักษา SPR ไว้เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน สหรัฐฯ เคยนำ SPR ออกใช้หลายครั้งด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น เพื่อลดผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคน การปิดกั้นเส้นทางเดินเรือ หรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

  • อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน สั่งนำออกใช้จำนวนมากในปี 2565 หลังรัสเซียบุกยูเครน ทำให้ระดับ SPR ลดลงสู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980
  • ในปี 2534 อดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช สั่งนำออกใช้เกือบ 34 ล้านบาร์เรลในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย แต่ใช้จริงเพียง 17 ล้านบาร์เรล
  • ในปี 2554 อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา สั่งนำออกใช้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากอุปทานน้ำมันที่สะดุดในลิเบีย

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จากทะเลเหนือและ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ราคาเบรนท์อยู่ที่ราว 114 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 จากราคาปิดวันศุกร์ (6 มีนาคม) ที่ 92.69 ดอลลาร์ และ WTI เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จาก 90.90 ดอลลาร์

แผนการในอนาคตและผลกระทบต่อผู้บริโภค

ทรัมป์ยืนยันว่า นอกจากไม่จำเป็นต้องนำ SPR ออกใช้แล้ว เขายังมีแผนเพิ่มปริมาณ SPR ในอนาคต "เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม" แม้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในสหรัฐฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 3.41 ดอลลาร์/แกลลอนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 0.43 ดอลลาร์จากสัปดาห์ก่อน

การขึ้นราคาพลังงานส่งผลกระทบหนักต่อผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยในสหรัฐฯ ซึ่งต้องสูญเสียสัดส่วนรายได้มากขึ้นจากค่าเชื้อเพลิงที่แพงขึ้น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีอำนาจเต็มในการสั่งนำ SPR ออกใช้ เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และราคาน้ำมันเป็นประเด็นที่อ่อนไหวต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของพรรครีพับลิกันในปี 2569