ครม.รับทราบมาตรการปราบทุจริตลักลอบค้ายุทธภัณฑ์-ติด CCTV คลังอาวุธทั่วประเทศ
คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเกี่ยวกับการลักลอบค้ายุทธภัณฑ์ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงคราม ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ พร้อมทั้งมอบหมายให้กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อยุติภายในกำหนดเวลา
รายละเอียดมาตรการสำคัญ
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ว่า มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและป้องกันการรั่วไหลของยุทธภัณฑ์สงคราม ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมายหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
มาตรการหลักที่ครม.รับทราบประกอบด้วย:
- การส่งเสริมและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบคลังยุทธภัณฑ์สงคราม
- การพัฒนาระบบการแจ้งเตือนภัยความมั่นคงและระบบข่าวกรองเพื่อรองรับปัญหาการลักลอบค้ายุทธภัณฑ์ในพื้นที่ชายแดน
- การขยายผลการดำเนินคดีไปยังผู้กระทำความผิดที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุน
- การติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในบริเวณทางเข้า-ออกคลังยุทธภัณฑ์ทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถตรวจสอบและเฝ้าระวังได้ตลอดเวลา
การประสานงานระหว่างหน่วยงาน
กระทรวงกลาโหมได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณาร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงมหาดไทย สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
โดยกระทรวงกลาโหมต้องสรุปผลการพิจารณา ผลการดำเนินการ และความเห็นในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเสริมสร้างมาตรการป้องกันการทุจริตและรักษาความปลอดภัยของยุทธภัณฑ์สงคราม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติในระยะยาว



