อรรษิษฐ์ สั่งผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตพลังงาน หลังความขัดแย้งตะวันออกกลาง
อรรษิษฐ์ สั่งผู้ว่าฯ เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตพลังงาน

อรรษิษฐ์ สั่งการผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตพลังงาน หลังความขัดแย้งตะวันออกกลาง

วันนี้ (10 มีนาคม 2569) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยถึงการดำเนินการของกระทรวงมหาดไทย ภายหลังการหารือสถานการณ์พลังงานจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

โดยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ให้ดำเนินการตาม 3 แนวทางหลัก เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ด้านพลังงานอย่างเร่งด่วน

3 แนวทางสำคัญในการรับมือวิกฤตพลังงาน

แนวทางที่ 1: มอบหมายให้สำนักงานพลังงานจังหวัดบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจและรวบรวมข้อมูลความต้องการใช้เชื้อเพลิงของภาคเอกชนในพื้นที่ตามประเภทกิจการ พร้อมจัดทำฐานข้อมูลปริมาณความต้องการใช้น้ำมันแต่ละประเภทและปิโตรเลียมเหลว (LPG) โดยจัดลำดับความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับกิจการสำคัญที่ต้องได้รับการจัดสรรเป็นลำดับต้น แล้วรายงานข้อมูลให้กระทรวงพลังงานทราบโดยด่วน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวทางที่ 2: บูรณาการข้อมูลสถานการณ์ด้านพลังงานร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งกำกับดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนหรือฉวยโอกาสจำหน่ายในลักษณะที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน

แนวทางที่ 3: เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์พลังงานในพื้นที่ โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำรงชีพของประชาชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เน้นย้ำการป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเน้นย้ำเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ด้านพลังงานในพื้นที่อย่างรอบคอบ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงและปิโตรเลียมเป็นไปอย่างต่อเนื่องและราบรื่นที่สุด

โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้ภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจของพื้นที่

การสั่งการครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการเตรียมพร้อมอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ