เลือดใหม่น้ำเงินแบ่งกระทรวงลงตัว 'เอกนัฏ' คุมพลังงาน 'วราวุธ' อุตสาหกรรม 'สุชาติ' ทส.
ในช่วงโค้งสุดท้ายของการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี 'อนุทิน 2' ก่อนรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 14 มีนาคม 2569 โผชื่อรัฐมนตรีเริ่มชัดเจนขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะจากกลุ่มเลือดใหม่น้ำเงินในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งกำลังเตรียมตบเท้าขึ้นนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญ
เลือดใหม่น้ำเงินผงาดนั่ง รมต.กระทรวงหลัก
รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยหลังการสัมมนาที่จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา จะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ นายสุชาติ ชมกลิ่น จะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การจัดสรรตำแหน่งดังกล่าวสะท้อนถึงความลงตัวของพรรคในการแบ่งส่วนแบ่งอำนาจให้กับสมาชิกที่มีอิทธิพลในพื้นที่เลือกตั้งสำคัญ เช่น ชลบุรี สุพรรณบุรี และกลุ่มลุงกำนัน
'ลูกบังเกิดเกล้า' ผงาดนั่ง รมต.ป้ายแดง
นอกจากนี้ กลุ่ม 'ลูกบังเกิดเกล้า' ซึ่งเดิมเรียกว่า 'ลูกเทพ' ก็เริ่มเห็นเค้าลางการวางตัวในกระทรวงสำคัญ เช่น
- นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี และ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ และ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ขณะที่ นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ และ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา ยังอยู่ระหว่างการจัดสรรความเหมาะสม
ตำแหน่งนิติบัญญัติและความเสี่ยงของ 'ประเสริฐ'
ด้านตำแหน่งทางฝ่ายนิติบัญญัติ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ หลายสมัย ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่วนรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่งคือ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีประสบการณ์และความคุ้นชินกับงานสภาฯ
อย่างไรก็ตาม ชื่อของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง จากพรรคเพื่อไทย กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก เนื่องจากมีคดีสแกนม่านตาและคดีงบประมาณภัยแล้ง 5.1 หมื่นล้านบาทอยู่ในชั้น ป.ป.ช. ซึ่งคนในพรรคภูมิใจไทยได้ตรวจสอบผ่านกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและกระทรวงยุติธรรมมาตั้งแต่ต้น
แม้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะยืนยันว่าจะยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญล่าสุดในการพิจารณาคุณสมบัติรัฐมนตรี แต่ความเสี่ยงดังกล่าวอาจส่งผลต่อการอนุมัติชื่อในขั้นตอนสุดท้าย
เบื้องลึกการไม่ร่วมสังฆกรรมกับ 'กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์'
รายงานข่าวยังเปิดเผยสาเหตุที่พรรคภูมิใจไทยไม่เลือกพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล 'อนุทิน 2' เนื่องจากมี สส. และแกนนำพรรคบางคนพัวพันกับธุรกิจสีเทา รวมถึงมีชื่อในคดีแจกกล้วยรับค่าเลี้ยงดูในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ ป.ป.ช.กำลังจะชี้มูลในเร็วๆ นี้
พรรคจึงให้ความสำคัญกับหน้าตารัฐบาลและความต้องการของประชาชนมากกว่าจำนวนเสียง สส. ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์นั้น แกนนำระดับสูงมองว่าไม่มีเอกภาพทางการเมือง เพราะมีเพียง 21 เสียงและแบ่งกลุ่มก๊วนชัดเจนระหว่างกลุ่มนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกลุ่มนายชัยชนะ เดชเดโช ทำให้ยากต่อการร่วมรัฐบาล
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยนำโดยหัวหน้าพรรคจะเดินทางมาส่งชื่อรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองในวันที่ 12 มีนาคม 2569 ต่อแกนนำพรรคภูมิใจไทย เวลา 13.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนขั้นตอนการเลือกประธานรัฐสภาในวันที่ 15 มีนาคม และการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงวันที่ 18-19 มีนาคม ตามลำดับ



