นักวิชาการชี้พิมพ์เขียวรัฐบาลอนุทิน เน้นชาตินิยม-เศรษฐกิจ-ภาวะผู้นำ เตือนนโยบายสุดโต่งเสี่ยงดาบสองคม
วิเคราะห์พิมพ์เขียวรัฐบาลอนุทิน เน้นชาตินิยม-เศรษฐกิจ-ภาวะผู้นำ

นักวิชาการกางพิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ชาติ 3 มิติ รัฐบาลอนุทิน เน้นความมั่นคง-เศรษฐกิจ-ภาวะผู้นำ

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้วิเคราะห์สารทางการเมืองของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่านี่คือการแสดงเจตจำนงในการจัดตั้งรัฐบาลและวางยุทธศาสตร์ประเทศในระยะยาวผ่าน 3 มิติสำคัญ ซึ่งประกอบด้วยความมั่นคง เศรษฐกิจ และภาวะผู้นำ

ความมั่นคงแบบดั้งเดิมและนโยบายชาตินิยม

นักวิชาการมองว่าแนวคิดการสร้างกำแพงความมั่นคงและการสั่งปิดด่านชายแดนสะท้อนกระบวนทัศน์ความมั่นคงแบบดั้งเดิมที่เน้นอธิปไตยเหนือสิ่งอื่นใด รวมถึงการประกาศยกเลิก MOU 44 (ไทย-กัมพูชา) ซึ่งถือเป็นแนวคิด Resource Nationalism หรือการปกป้องทรัพยากรชาติอย่างสุดตัว แม้อาจส่งผลกระทบต่อการทูตและเศรษฐกิจชายแดน แต่การดึงสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วมาช่วยงานแสดงให้เห็นว่ายังต้องการใช้มืออาชีพมาประคองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ให้ถึงขั้นปิดประเทศ

ทีมเศรษฐกิจระดับบิ๊กเนมและสัญญาณบวกต่อภาคเอกชน

รศ.ดร.ยุทธพรบอกด้วยว่าการเปิดตัวทีมเศรษฐกิจระดับบิ๊กเนม ทั้งนายเอกนิติและนางศุภจี รวมถึงสีหศักดิ์ เป็นการส่งสัญญาณบวกต่อภาคเอกชนและนักลงทุนว่ารัฐบาลใหม่จะบริหารงานแบบมืออาชีพ ไม่พึ่งพาเพียงนโยบายประชานิยม แต่จะมุ่งปรับโครงสร้างภาษีและการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อพาไทยออกจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาที่เรื้อรังมานาน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วาทศิลป์เด็ดขาดและบทบาทผู้เล่นหลัก

นอกจากนี้วาทศิลป์ที่เน้นความเด็ดขาดและทำทันทีสะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้วางตัวเป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาลอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักที่กุมบังเหียนทิศทางประเทศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เตือนนโยบายสุดโต่งอาจเป็นดาบสองคม

อย่างไรก็ตาม ดร.ยุทธพรเตือนว่านโยบายที่ประกาศไว้อย่างแข็งกร้าว เช่น เรื่องชายแดนหรือ MOU 44 หากทำไม่ได้จริง หรือเกิดแรงเสียดทานระหว่างประเทศสูงเกินไป อาจกลายเป็นจุดอ่อนที่ถูกโจมตีได้ในอนาคต ซึ่งนโยบายสุดโต่งเหล่านี้มีแนวโน้มจะเป็นดาบสองคมที่ส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ