เพื่อไทยตอบรับร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ย้ำยึดประโยชน์ชาติเป็นหลัก ลบความขัดแย้งอดีต
เพื่อไทยตอบรับร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ยึดประโยชน์ชาติเป็นหลัก

เพื่อไทยตอบรับร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ย้ำยึดประโยชน์ชาติเป็นหลัก ลบความขัดแย้งอดีต

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2569) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงข่าวหลังหารือกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยนายประเสริฐเปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยได้รับเชิญจากพรรคภูมิใจไทยให้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล และได้ตอบรับเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว

เน้นประโยชน์ชาติเหนือความขัดแย้ง

นายประเสริฐกล่าวว่า การพูดคุยเบื้องต้นเป็นไปด้วยดี พร้อมแสดงความยินดีที่พรรคภูมิใจไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง โดยเหตุผลหลักคือสถานการณ์ประเทศ "จำเป็น" ต้องมีรัฐบาลที่แข็งแกร่งเพื่อนำพาประเทศเดินหน้าต่อไป พรรคเพื่อไทยไม่ได้ตั้งเงื่อนไขใด ๆ เป็นอุปสรรค และเชื่อว่าสมาชิกและมวลชนพรรคจะเข้าใจว่าการร่วมรัฐบาลจะสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติมากกว่า

สำหรับการผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยบางเรื่อง จะต้องพูดคุยกับพรรคหลักต่อไป ขณะนี้ยังไม่มีการยื่นเงื่อนไขเรื่องตำแหน่งหรือกระทรวงใด ๆ เพราะยังไม่ได้พูดคุยรายละเอียด

ภูมิธรรมย้ำไม่เกรงใจคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรมเสริมว่า ความขัดแย้งในอดีตเป็นเรื่องธรรมดาในการเมือง โดยเฉพาะช่วงหาเสียงที่กระทบกระทั่งกัน แต่หลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น ไม่นำเรื่องเหล่านั้นมาเป็นข้อจำกัด หัวหน้าพรรคเคยกล่าวว่าปัญหาประเทศมีมาก ควรเก็บความขัดแย้งอดีตไว้ แล้วช่วยกันเดินไปข้างหน้า

เขายังเชื่อว่าทั้ง 2 พรรคมีบุคลากรคุณภาพที่ทำงานร่วมกันได้ดี สามารถหยิบนโยบายดี ๆ มาผลักดันเพื่อประโยชน์ชาติ เมื่อถามถึงคดีฮั้ว สว. นายภูมิธรรมระบุว่าต้องให้กระบวนการดำเนินต่อไป ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีที่กำกับกระทรวง ไม่มีอะไรที่ไม่กล้าลุย หากถูกต้องพรรคเพื่อไทยสนับสนุนเต็มที่

สุริยะชี้ สส.หนุนร่วมรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบาย

ทางด้านนายสุริยะกล่าวเสริมว่า พรรคเพื่อไทยได้คุยกับ สส. ทั้งที่ได้และไม่ได้เลือกตั้ง ต่างสะท้อนว่าต้องการให้พรรคร่วมรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดรูปธรรม ประโยชน์ต่อประชาชนระยะยาว เมื่อได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีก็จะทำงานหนักเพื่อสร้างผลงาน เรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา

การร่วมรัฐบาลครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์สูงสุด พร้อมกล่าวปิดท้ายว่า จากนี้เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีดูแลกระทรวงไหน ก็ต้องทำงานหนักเพื่อให้พรรคเพื่อไทยมีผลงาน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมา คิดว่าการร่วมรัฐบาลครั้งนี้จะเป็นประโยชน์