5 พฤษภาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีการโยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบิน โดยยืนยันว่าก่อนการโยกย้ายได้มีการปรึกษากับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง นายสุริยะกล่าวว่าต้องการให้เรื่องนี้ยุติลง เนื่องจากต้องการมุ่งมั่นทำงานในภารกิจหลักของกระทรวงฯ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องทุเรียนที่ขณะนี้ผลผลิตออกมากจนราคาตกต่ำ
การแก้ปัญหาเศรษฐกิจผลไม้ไทย
นายสุริยะให้ความสำคัญกับการส่งออกผลไม้ของประเทศไทย โดยเฉพาะทุเรียนที่เป็นสินค้าสำคัญอันดับหนึ่ง รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ที่สำคัญ ขณะนี้ทราบว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่จัดงานเอ็กซ์โปผลไม้ได้นัดพบเพื่อหารือในวันพรุ่งนี้ (6 พฤษภาคม) เกี่ยวกับการจัดงานในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นความสนใจในสินค้าไทย นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ขยายเวลาในการตรวจสอบทุเรียน เพื่อให้สามารถส่งออกผ่านด่านได้มากขึ้น
สถานการณ์ภัยแล้งและเอลนีโญ
นายสุริยะเปิดเผยว่าได้ติดตามสถานการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด โดยจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าเขื่อนยังไม่มีปัญหา แต่พื้นที่นอกเขตชลประทานกำลังประสบปัญหาค่อนข้างมาก จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานเตรียมเครื่องมือเพื่อแก้ไขปัญหา
การชี้แจงข้อกังขาเรื่องหลาน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายราเชนได้ยื่นใบลาออกแล้วหรือยัง นายสุริยะตอบว่ายังไม่เห็น ส่วนกรณีที่นายสุริยะต้องการให้เรื่องจบ แต่สังคมอาจยังไม่จบ โดยเฉพาะประเด็นการของบประมาณเพื่อทำโครงการส่วนตัว นายสุริยะชี้แจงว่าหลานของตนได้ติดต่อนายราเชนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งขณะนั้นตนยังไม่ได้ดำรงตำแหน่ง ต่อมาเมื่อตนเข้ารับตำแหน่ง หลานพยายามโทรหานายราเชนหลายครั้ง แต่ตนไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน เพิ่งมาทราบตอนที่โยกย้ายแล้ว การที่หลานติดต่อโดยตรงแสดงว่าตนไม่ได้ใช้อำนาจใด ๆ และเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนทั้งหมด การโยกย้ายนายราเชนจึงไม่เกี่ยวกับประเด็นเรื่องหลาน
ผลกระทบต่อการทำงานของกระทรวง
นายสุริยะกล่าวว่าประเด็นนี้มีความชัดเจนว่าการโยกย้ายไม่ได้เกี่ยวกับหลาน แต่เป็นเรื่องที่ต้องการผลักดันให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอบสนองต่อเศรษฐกิจตั้งแต่เกิดการสู้รบที่ตะวันออกกลาง จึงต้องหาคนที่เหมาะสมมาผลักดันงาน หากไม่มีการโยกย้ายคงไม่มีประเด็นนี้เกิดขึ้น ยืนยันว่าทุกอย่างชี้แจงได้ และในช่วงที่ตนรับตำแหน่ง ได้รับคำแนะนำจากสำนักงบประมาณให้ไปดูงบประมาณที่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบ ซึ่งเป็นการดูข้อมูลเท่านั้น ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร
เมื่อถามถึงการตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง นายสุริยะตอบว่าถ้าสังคมยังกังขาก็ยินดีตั้งคณะกรรมการสอบ ไม่มีปัญหา



