“เท้ง” ตอบโต้ “ปิยบุตร” ยันพรรคประชาชนไร้เงาครอบงำ สส.มาเพื่ออุดมการณ์
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ตอบโต้คำวิจารณ์ของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โดยยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่มีเงาครอบงำ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทุกคนเข้ามาด้วยอุดมการณ์ความแน่วแน่ ไม่ใช่เพียงเพื่อหาทางเข้าสภาฯ เท่านั้น
การแถลงคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล
เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกลว่า ในวันที่ 22 เมษายน จะมีการแถลงรายละเอียดทางกฎหมาย โดยนำโดยตนเอง ส่วนเพื่อน สส.อีก 10 คน ที่อาจเกี่ยวข้อง ขอให้รอการแถลงตามดุลพินิจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
เขายังเปรียบเทียบกับคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่มีผลออกมาอีกทางหนึ่ง ทั้งที่เส้นทางการเงินส่อไม่ถูกต้อง ขณะที่การดำเนินคดีของพรรคประชาชน ซึ่งใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยชอบธรรม กลับถูกดำเนินการไปอีกแบบ
วิจารณ์รัฐบาลและระบอบการเมือง
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า แม้หลายคนมองว่ารัฐบาลชุดนี้มีเสถียรภาพ แต่การใช้อำนาจที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง การใช้อำนาจบิดเบือนกลไกกฎหมายและองค์กรอิสระ เพื่อปกป้องพวกพ้องและทำร้ายฝ่ายตรงข้าม เป็นการบ่อนทำลายรัฐบาลเอง
เขาชี้ว่ารัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งในระบอบการเมืองปัจจุบัน ที่มีองคาพยพอื่น ๆ เช่น องค์กรอิสระหรือกลุ่มคนมีอำนาจคอยสนับสนุน ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในทุกเรื่อง เช่น การกู้เงินหรือการดำเนินคดี กลายเป็นการให้ประโยชน์คนชั้นนำ ขณะที่คนทำถูกต้องไม่เคยได้ประโยชน์เลย
ตอบโต้คำวิจารณ์ของนายปิยบุตร
สำหรับความเห็นของนายปิยบุตรที่ว่าพรรคประชาชนต่อสู้ทางความคิดน้อยไป นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเคารพในความเห็นดังกล่าว การชี้นำทางความคิดเป็นหน้าที่หลักของพรรคประชาชน ที่เสนอเป็นพรรคทางเลือกให้อำนาจประชาชนเป็นสูงสุด นักคิดนักวิชาการทุกคนมีหน้าที่ช่วยชี้นำสังคม
ส่วนที่นายปิยบุตรแสดงความเห็นว่าบางคนใช้พรรคประชาชนเป็นยานพาหนะเพื่อเป็น สส. นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าในภาพรวมยังเชื่อมั่นในสมาชิกและเพื่อน สส. ทุกคนว่ามาด้วยอุดมการณ์ พร้อมน้อมรับปัญหาและปรับปรุงกระบวนการสรรหาให้ดีขึ้น พรรคมีระบบราชการน้อยที่สุดและเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากที่สุด ทุกการตัดสินใจใหญ่ฟังทุกองคาพยพของพรรค
บทบาทหัวหน้าพรรคและอนาคต
นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค หากมีสิ่งใดในพรรคที่ต้องเสริมความเข้มแข็ง เป็นหน้าที่แกนนำที่จะลงมือทำ โจทย์หลักของพรรคประชาชนตอนนี้คือทำให้เห็นว่าเป็นตัวเลือกสำคัญ แต่ไม่ใช่ตัวเลือกเดียว เพื่อไม่ดูแคลนพรรคอื่น
พรรคจะเป็นทางเลือกสำคัญที่ทำให้ประชาชนเห็นเป็นทางออกของประเทศ โดยเฉพาะภายใต้รัฐบาลชุดนี้ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จและใช้อำนาจละเว้นพวกพ้อง มุ่งทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความยุติธรรม หากรัฐบาลยังทำแบบนี้ต่อไปจะทำลายตัวเอง
ยืนยันจุดยืนและอุดมการณ์
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การแสดงออกของนายปิยบุตรทำให้เห็นว่าข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคประชาชนมีคนนำไม่เป็นความจริง ตนเคยคุยกับนายปิยบุตรในฐานะเพื่อนร่วมอุดมการณ์ แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคยุคปัจจุบัน พรรคประชาชนไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน
พรรคต้องการสร้างการเมืองของประชาชนที่มวลชนเป็นเจ้าของพรรค ยึดคำพูดว่า “พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค” ความคิดเชิงอุดมคติและการชี้นำทางความคิดเป็นการประท้วงทางความคิดสำคัญที่ทำให้ตนเข้ามาเล่นการเมือง
สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทำให้อุดมคติเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง ตนลงพื้นที่ตลอด พบผู้สนับสนุนที่อยากร่วมทำบางอย่างกับพรรค ไม่ใช่แค่เลือกตั้งทุก 4 ปี หลายคนโกรธแค้นระบบการเมืองและเรียกร้องให้พรรคมีพื้นที่ทำภารกิจร่วมกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
นายณัฐพงษ์ กล่าวปิดท้ายว่า “ถ้ามีใครบอกว่าเลิกเชื่อในระบบอาสาสมัคร ผมคงต้องลาออกจากนักการเมือง เพราะผมเข้ามาทำงานการเมืองเพราะอาสาเหมือนกัน ดังนั้นยังเชื่อว่าระบบอาสาสมัครมีอยู่ในทุกหน่วยเลือกตั้ง และระบบจัดตั้งที่เข้มแข็งใช้เงินแบบที่ทำกันอยู่ จะเป็นกลไกสำคัญทำให้เราทำการเมืองในอุดมคติเป็นจริงมากขึ้น”



