นายกฯ อนุทิน เรียกประชุม 2 รองนายกฯ ก่อนการประชุม ครม. เตรียมถกประเด็นเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน
เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ในห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยในช่วงเช้าวันนี้มีการเรียกประชุมสำคัญกับรองนายกรัฐมนตรี 2 ท่าน ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือประเด็นเร่งด่วนหลายเรื่อง
การเข้าพบของรองนายกรัฐมนตรีทั้งสอง
เวลา 09.05 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีบนตึกไทยคู่ฟ้า การเข้าพบครั้งนี้คาดว่าเป็นการรายงานกรณีที่กระทรวงกลาโหมของโอมานได้ประสานงานกับไทยเพื่อส่งรายชื่อเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากที่เรือ SCG ได้ผ่านช่องแคบดังกล่าวไปได้อย่างปลอดภัยก่อนหน้านี้ สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างประเทศและความปลอดภัยในการขนส่งทางทะเล
ต่อมาเวลา 09.15 น. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีบนตึกไทยคู่ฟ้าเช่นกัน การเข้าพบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีประเด็นเกี่ยวกับการเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อกู้เงินจำนวน 500,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงินและการคลังของรัฐบาล การหารือนี้อาจครอบคลุมถึงรายละเอียดและขั้นตอนในการดำเนินการกู้เงินดังกล่าว
กิจกรรมก่อนการประชุม ครม.
เวลา 09.45 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ได้ถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัล Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025 และรางวัลอื่นๆ ที่บริเวณโถงกลางของตึกบัญชาการ 1 กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับความสำเร็จในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และนวัตกรรมของประเทศ
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ห้องประชุม 501 ในตึกบัญชาการ 1 โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด สิ่งที่น่าสังเกตคือในวันนี้ไม่มีรัฐมนตรีคนใดแจ้งลาประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความพร้อมและความสำคัญของวาระการประชุมในครั้งนี้
ความสำคัญของการประชุม
การเรียกประชุมรองนายกรัฐมนตรีทั้งสองก่อนการประชุม ครม. ชี้ให้เห็นถึงความเร่งด่วนและความซับซ้อนของประเด็นที่ต้องหารือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการคลังของประเทศในระยะยาว
การที่ไม่มีรัฐมนตรีลาประชุมในวันนี้ยังสะท้อนถึงความสำคัญของวาระการประชุมและความมุ่งมั่นของคณะรัฐมนตรีในการทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลต่อไป



