สว.ภาคเหนือจี้รัฐบาลเร่งดึง พ.ร.บ.อากาศสะอาดกลับเข้าสภา ก่อนตีตก 13 พ.ค. นี้
สว.ภาคเหนือจี้รัฐบาลดึง พ.ร.บ.อากาศสะอาดกลับเข้าสภา

สว.ภาคเหนือจี้รัฐบาลเร่งดึง พ.ร.บ.อากาศสะอาดกลับเข้าสภา ก่อนตีตก 13 พ.ค. นี้

สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากภาคเหนือรวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตฝุ่น PM2.5 อย่างเร่งด่วน โดยชี้ให้เห็นว่างบประมาณเกือบพันล้านบาทที่ใช้งบประมาณไปยังไร้ประสิทธิภาพเพียงพอ และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีนำร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภาฯ ก่อนที่ร่างกฎหมายดังกล่าวจะถูกตีตกในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้

เสียงสะท้อนจากพื้นที่เผยปัญหาหลัก 5 ด้าน

นายมังกร ศรีเจริญกูล สว.จากจังหวัดน่าน เปิดเผยจากการลงพื้นที่จริงว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือยังคงรุนแรง โดยแม้ใช้งบประมาณไปเกือบพันล้านบาท แต่การจัดการยังขาดประสิทธิภาพ เขาได้รับเสียงสะท้อนจากหน้างานถึงปัญหาหลัก 5 ด้าน ได้แก่

  1. ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานที่เข้าไปจัดการ เช่น มหาดไทย, อาสาสมัคร, อุทยาน และหน่วยงานทหาร ที่ยังขาดการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. งบประมาณที่ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะค่าโอทีสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่เพียงพอ
  3. อุปกรณ์เครื่องพ่นลมที่พังไปกว่าครึ่งหนึ่ง และไม่มีงบประมาณสำหรับการดูแลรักษา
  4. ราคาน้ำมันที่แพง ทำให้พื้นที่ต้องการเครื่องทุ่นลมแบบไฟฟ้าแทน
  5. การประกาศปิดป่าที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน โดยรัฐบาลต้องมีทางออกในการชดเชยหรือจัดหาอาชีพทดแทน

มลพิษข้ามพรมแดนซ้ำเติมวิกฤตสุขภาพและเศรษฐกิจ

นางสาวมณีรัตน์ เขมะวงศ์ สว.จากจังหวัดเชียงราย ระบุว่า จังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับปัญหามลพิษข้ามพรมแดน ทั้งฝุ่นพิษและน้ำปนเปื้อน ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ เศรษฐกิจชุมชน และวิถีชีวิตของชาวบ้าน หลายจังหวัดในภาคเหนือต้องเผชิญวิกฤตฝุ่นในระดับสีแดงหรือสีม่วงเข้มเป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว โดยสถิติชี้ว่าประชาชนต้องอยู่กับฝุ่นที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน 3-4 เดือนต่อปี และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทุกปี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เธอชี้ว่า สาเหตุหลักไม่ได้มาจากการเผาป่าเพียงอย่างเดียว แต่มาจากภาคเกษตร อุตสาหกรรม คมนาคม และมลพิษข้ามพรมแดนด้วย "ตอนนี้เราโฟกัสผิดจุดไปที่การเผาป่าอย่างเดียวหรือไม่ เพราะฝุ่นจากการเผาไหม้เหล่านี้ไม่ได้เกิดแค่ในประเทศของเรา" การแก้ไขปัญหาจึงต้องเริ่มจากจัดการที่ต้นตอ ซึ่งเป็นปัญหาระดับโครงสร้างที่มาตรการเฉพาะหน้าแก้ไขไม่ได้ แต่ต้องอาศัยกฎหมายเฉพาะที่ครอบคลุมเพื่อจัดการมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ

เรียกร้องรัฐบาลนำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดกลับเข้าสภา

สว.ภาคเหนือเรียกร้องให้นโยบายของคณะรัฐมนตรี ข้อที่ 18.4 ในการเร่งผลักดันกฎหมายสิ่งแวดล้อม ได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยชี้ว่าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดซึ่งตกไปในช่วงยุบสภา ควรถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอีกครั้งก่อนวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ "ร่างนี้จะคืนสิทธิขั้นพื้นฐานให้ประชาชนได้มีอากาศสะอาดที่ยั่งยืน เพราะลมหายใจของประชาชนรอไม่ได้"

เสียงจากสว.ลำปางและเชียงใหม่สะท้อนการทำงานภาคพื้นดิน

พ.ต.ท. สง่า ส่งมหาชัย สว.จากจังหวัดลำปาง กล่าวว่า เขาและทีมงานได้ลงพื้นที่พบประชาชนและกรรมาธิการตลอดเวลา โดยไม่ได้นิ่งนอนใจ เขาได้ระดมชาวบ้านเกือบ 20 ครัวเรือนเพื่อช่วยกันจัดแนวไฟป่า ซึ่งสามารถทำแนวป้องกันได้ 10 กิโลเมตร และได้เสียสละเงินเดือนครึ่งหนึ่งตั้งแต่เริ่มเป็น สว. ให้กับมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน

ด้านนายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สว.จากจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า มาตรการห้ามเผาเด็ดขาดแบบเหมารวมจากส่วนกลางไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนบางส่วนที่ยังต้องใช้ไฟในระบบไร่หมุนเวียน เขาหวังว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จะเห็นความเดือดร้อนของประชาชนและแสดงจุดยืนชัดเจนในการนำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดกลับมาพิจารณา

เสนอโมเดลลำพูนและเรียกร้องการกระจายอำนาจ

นางกัลยา ใหญ่ประสาน สว.จากจังหวัดลำพูน ได้ยกโมเดลการแก้ปัญหาไฟป่าของจังหวัดลำพูน ที่ชุมชนมีการเตรียมการตลอดทั้งปี มีเครื่องมือสื่อสารและกล้องวงจรปิดคอยสอดส่องดูแล พร้อมเรียกร้องให้มีการดูแลสวัสดิการหรือค่าตอบแทนให้ชาวบ้านและอาสาสมัคร

เธอย้ำว่า "เรายังมีความหวังกับประเทศไทย แต่ไม่ใช่การบริหารแบบเดิม จะต้องเป็นการกระจายอำนาจและปลดล็อกเรื่องการใช้งบประมาณ ให้คนในพื้นที่สามารถซื้อสิ่งที่จำเป็นและแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง" การไม่ให้ประชาชนเข้าป่าเท่ากับทำให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้าป่าเพื่อเผชิญความเสี่ยงเพียงลำพัง ในขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนแม้แต่ผู้ที่อาจจุดไฟก็สามารถช่วยจับกุมได้เอง