นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) คนที่ 21 เปิดเผยภายหลังลงนามสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการว่า ในช่วง 4 ปีที่ดำรงตำแหน่ง จะเร่งผลักดันโครงการก่อสร้างต่างๆ เพื่อเปิดบริการประชาชนตามแผนงาน พร้อมมุ่งสร้างรายได้เพิ่ม ลดรายจ่ายให้ รฟท. โดยในระยะเร่งด่วน (Quick Win) ประกอบด้วย การเร่งรัดงานก่อสร้างที่อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยเฉพาะโครงการระบบรถไฟชานเมือง สายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา รวมถึงสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี ได้แก่ สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี ซึ่งเตรียมเริ่มก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม 2569 และเปิดให้บริการในปี 2572
แผน 4 ปี สางหนี้แสนล้าน
นายอนันต์กล่าวว่า จะผลักดันรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในปี 2569 จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร (กม.) ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. นอกจากนี้ จะเร่งดำเนินการเปิดให้เอกชนร่วมใช้ราง (Open Access) ตามกฎหมาย โดยคาดว่าในเดือนสิงหาคม 2569 จะเปิดให้เอกชนยื่นขอร่วมใช้รางได้ และจะเน้นความปลอดภัยทั้งการให้บริการเดินรถและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะตามแนวเส้นทางเดินรถ
ภายใน 4 ปี จะเร่งแก้หนี้สะสมประมาณ 3 แสนล้านบาท โดยปัจจุบันกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ติดลบ 3-4 พันล้านบาท ตั้งเป้าหมายลดลงปีละ 500 ล้านบาท รวม 4 ปีประมาณ 2,000 ล้านบาท
ชี้ชะตาไฮสปีด 3 สนามบิน ส.ค.นี้
นายอนันต์กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ว่า จากการหารือร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย รฟท. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน (กลุ่มซีพี) ได้สรุปข้อเสนอรวม 2 ทางเลือก เพื่อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณา โดยทางเลือกแรกคือ แนวทางแก้ไขสัญญาตามมติ กพอ.เดิม ซึ่งหากเห็นชอบ จะนำเข้าครม. เพื่อขออนุมัติแก้ไขหลักการและลงนามแก้ไขสัญญาร่วมทุนฉบับใหม่ ส่วนอีกแนวทางคือ การสิ้นสุดสัญญา หาก กพอ.เห็นว่าไม่สามารถแก้ไขสัญญาได้ ก็จะนำไปสู่การสิ้นสุดสัญญา ซึ่ง รฟท.และเอกชนคู่สัญญาจะต้องพิจารณาข้อกฎหมายและเงื่อนไขสัญญาร่วมทุนอย่างละเอียด
“ผลจากการเจรจากับเอกชน ก็ยอมรับว่าเอกชนคู่สัญญาไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนได้ เนื่องจากสถาบันการเงินขาดความเชื่อมั่นและมองว่าโครงการมีความเสี่ยงสูงเกินไป ปัจจุบันเอกชนจึงยื่นเงื่อนไขว่าหากไม่มีการแก้ไขสัญญาเดิม โครงการอาจจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เป็นเหตุให้ต้องสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน” นายอนันต์กล่าว
บอร์ด รฟท. หวัง Take Off ใน 4 ปี
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ในฐานะประธานบอร์ด รฟท. กล่าวว่า บอร์ด รฟท. ตั้งเป้าหมายและคาดหวังให้วาระ 4 ปีของผู้ว่าฯ คนใหม่นี้ เป็นช่วงเวลาที่ รฟท. จะปรับตัวและขับเคลื่อนไปข้างหน้า (Take Off) ทั้งในด้านการพัฒนาโครงข่าย การให้บริการ และการยกระดับความปลอดภัยในการก่อสร้าง รวมทั้งการเดินรถ โดยสิ่งที่เป็นเรื่องเร่งด่วนคือ การเพิ่มกรอบอัตรากำลัง 2,850 อัตรา ซึ่งมีการพูดถึงกันมาหลายปีแต่ยังทำไม่สำเร็จ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญและเป็นรากฐานในการดำเนินงานเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จะทำให้การทำงานของ รฟท. มีประสิทธิภาพมากขึ้น



