นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร นำคณะกรรมาธิการประชุมและติดตามการบริหารงบประมาณในการแก้ไขปัญหาความคลาดเคลื่อนในการแสดงผลยอดหนี้บนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569
กยศ. ยอมรับปัญหาระบบ ยึดยอดในแอปฯ
หลังประชุมเสร็จสิ้น นางสาวรักชนกกล่าวว่า การคำนวณยอดซึ่งมีผู้กู้จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเพจ กยศ. หลายคนจ่ายเงินไปแล้วแต่ยอดหนี้ไม่ตัด ซึ่ง กยศ. ก็ยอมรับระบบที่ผ่านมามีปัญหา และพยายามแก้ไขมาโดยตลอด และขอให้ผู้กู้ดูข้อมูลในแอปพลิเคชัน กยศ. ในโทรศัพท์อย่างเดียว ส่วนคนที่ชำระหนี้รายเดือนไปแล้วยอดก็จะปรับปรุงภายใน 2-3 วัน
ส่วนลูกจ้างที่ใช้วิธีหักเงินเดือน อาจใช้เวลานานกว่านั้น คือประมาณ 7 วัน หรือมากกว่า 1 เดือน เนื่องจากเป็นการตัดรอบรายเดือน กยศ. ยืนยันว่ายอดที่จ่ายไปจะลดลงแน่นอน โดยปัจจุบันได้คำนวณหนี้ใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว
เคสยาก 18,300 ราย ต้องใช้เวลาปรับปรุงนาน
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่เรียกว่าเป็นเคสยาก ประมาณ 18,300 ราย ที่ กยศ. ต้องใช้เวลาปรับปรุงตัวเลขนานกว่าปกติ ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีบัญชีเงินกู้ 2 บัญชี จากการกู้เรียนแล้วออกไปทำงานก่อนจะกลับมาเรียนและกู้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งทำให้การคำนวณใหม่มีความยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายตอนปี 2566 มีการปรับลดดอกเบี้ยลดต้นก่อนที่จะไปลดดอก ซึ่งเป็นผลดีกับผู้กู้ได้รับประโยชน์ แต่ทำให้ระบบของ กยศ. รับมือไม่ทัน ทำให้ต้องมีการถ่ายโอนข้อมูล ซึ่งในกรณีของผู้กู้รายเก่าที่ติดต่อกันมานานหลายสิบปี อาจเกิดความผิดพลาดทางข้อมูลจากยุคแรกๆ ได้ โดยทาง กยศ. รับปากจะนำเคสเหล่านี้ไปแก้ไข
อีกปัญหาคือปัจจุบัน Call Center มีประมาณ 30 คู่สาย ซึ่งทางกรรมาธิการมองว่ายังน้อยเกินไป และได้ตั้งข้อสังเกตให้มีการพิจารณาปรับเพิ่มในอนาคต
กยศ. วอนผู้กู้ อย่าเงียบหาย คืนหนี้เพื่อส่งต่อโอกาส
ขณะที่ กยศ. ก็อยากให้ผู้กู้ เมื่อตั้งตัวได้จึงรีบมาคืนเงินเพื่อส่งต่อโอกาส ไม่ใช่เพราะต้องการสนับสนุนตัวองค์กร กยศ. แต่เพื่อสนับสนุนอนาคตของเด็กๆ โดย กยศ. ยังย้ำวินัยทางการเงินของผู้กู้ หากใครค้างชำระหรือจ่ายไม่ไหวจริงๆ ขอให้เข้ามาพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันหรือปรับโครงสร้างหนี้ อย่าเงียบหายไป ซึ่งกังวลว่า แม้จะได้เงินคืนจากรายเก่าปีละประมาณ 25,000 - 30,000 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่พอสำหรับผู้กู้รายใหม่ ทางกรรมาธิการจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับสำนักงบประมาณเพื่อไม่ให้มีคนตกหล่น
ฝากการเมืองอย่าหาเสียงเกินจริง
นางสาวรักชนก ยังกล่าวว่า ที่ตนเองมาสนใจเรื่องนี้เพราะเคยได้รับโอกาสจากกองทุนในวันที่เริ่มตั้งตัวได้ทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้มีเงินเก็บก็รีบมาชำระหนี้ทันทีเพราะอยากส่งต่อเงินก้อนนี้ให้กับคนรุ่นถัดไป และตนเองก็จะติดตามปัญหาต่างๆ ใน กยศ. เพื่อให้ผู้กู้สบายใจที่จะคืนเงินให้มากที่สุด พร้อมกล่าวฝากไปถึงฝ่ายการเมืองที่ใช้นโยบายหาเสียง กยศ. มาหาเสียงว่า อย่าหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยมที่เกินจริงจนทำให้ระบบกองทุนล่มสลาย เพราะการหาเสียงหวังคะแนนระยะสั้น โดยไม่คำนึงถึงความอยู่รอดของกองทุนในระยะยาว จะส่งผลกระทบต่อโอกาสทางการศึกษาของคนอีกหลายแสนหลายล้านชีวิตในอนาคต



