ครม. อนุมัติงบกลางกว่า 7.7 พันล้านบาท ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่ง และบรรเทาค่าครองชีพประชาชน
เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลางกว่า 7,742 ล้านบาท เพื่อดูแลและช่วยเหลือประชาชนใน 3 ด้านหลัก ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเปราะบาง ผู้ประกอบการขนส่ง และมาตรการบรรเทาค่าครองชีพ โดยงบประมาณดังกล่าวจะถูกแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ อย่างชัดเจนเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
1. การดูแลกลุ่มเปราะบางด้วยงบกลางกว่า 6,000 ล้านบาท
สำหรับด้านแรก รัฐบาลได้จัดสรรงบกลางจำนวน 6,022.85 ล้านบาท เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางในสังคม โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ส่วนแรก เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการแก่ผู้มีสิทธิตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 จำนวน 4,700 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2569 เพื่อให้ความช่วยเหลือที่ยั่งยืน ส่วนที่สอง เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบให้แก่กลุ่มเปราะบางตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 จำนวน 1,322.85 ล้านบาท ซึ่งมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน
2. มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับรถรับจ้าง
ในด้านที่สอง รัฐบาลได้จัดสรรงบกลางจำนวน 1,458 ล้านบาท พร้อมใช้งบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) อีก 601 ล้านบาท เพื่อสมทบมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ขับรถรับจ้างที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแบบไม่ประจำทาง โดยมาตรการนี้จะครอบคลุมรถจำนวนทั้งสิ้น 467,507 คัน แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่
- ผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับรถรับจ้างที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวนรถรวม 180,332 คัน
- ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแบบไม่ประจำทาง จำนวน 287,175 คัน
การโอนเงินช่วยเหลือจะดำเนินการผ่านระบบพร้อมเพย์แก่ผู้ประกอบการที่มีชื่อในระบบของกระทรวงคมนาคม โดยจะมีการเปิดให้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมในลำดับต่อไป เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด
3. มาตรการบรรเทาค่าครองชีพประชาชนผ่าน 3 โครงการสำคัญ
สำหรับด้านที่สาม รัฐบาลได้จัดสรรงบกลางจำนวน 260.60 ล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการบรรเทาค่าครองชีพประชาชนผ่าน 3 โครงการสำคัญ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
- โครงการ "ธงเขียวราคาประหยัดพลัส" จัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิตในราคาประหยัด ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรได้ไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท และส่งผลให้เกษตรกรมีเงินไว้ใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น
- โครงการ "เยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน" ดำเนินการผ่านงานธงฟ้า รถโมบาย และรถพุ่มพวง ที่จัดขึ้นทั่วประเทศ คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 228 ล้านบาท
- โครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย" จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท
ทั้ง 3 โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ผลิต เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการบริโภคและการผลิตอย่างครบวงจร
โดยรวมแล้ว การอนุมัติงบกลางครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุมและเป็นระบบ โดยเน้นการช่วยเหลือที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน



