ส.ส.พรรคก้าวไกลลาออก หลังถูกศาลสั่งจำคุก 6 ปี คดีหมิ่นประมาทอดีตผู้ว่าฯ กทม.
ส.ส.ก้าวไกลลาออก หลังศาลสั่งจำคุก 6 ปี (09.03.2026)

ส.ส.พรรคก้าวไกลลาออก หลังศาลฎีกาสั่งจำคุก 6 ปี คดีหมิ่นประมาทอดีตผู้ว่าฯ กทม.

นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 6 ปี ในคดีหมิ่นประมาทอดีตผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยการลาออกนี้มีผลทันที และส่งผลให้ตำแหน่ง ส.ส. เขตบางส่วนในกรุงเทพมหานครว่างลง

รายละเอียดคดีและกระบวนการทางกฎหมาย

คดีนี้มีที่มาจากการที่นายธนกรถูกกล่าวหาว่าได้แสดงข้อความหมิ่นประมาทต่ออดีตผู้ว่าฯ กทม. ผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อหลายปีก่อน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เคยมีคำพิพากษาลงโทษมาก่อน และล่าสุดศาลฎีกาได้ยืนยันคำพิพากษาเดิม โดยสั่งจำคุก 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา

นายธนกรได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า จะดำเนินการอุทธรณ์คำพิพากษานี้ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายขั้นสุดท้าย โดยเขาเน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์และจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบทางการเมืองและสังคม

การลาออกของนายธนกรส่งผลกระทบต่อพรรคก้าวไกลในทันที เนื่องจากเขาดำรงตำแหน่ง ส.ส. ที่มีบทบาทสำคัญในสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกลได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์นี้ แต่ย้ำถึงความเคารพในกระบวนการยุติธรรมและสนับสนุนให้นายธนกรใช้สิทธิ์อุทธรณ์ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังจุดประเด็นถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและขอบเขตของการหมิ่นประมาทในยุคดิจิทัล โดยมีผู้สนับสนุนมองว่าเป็นกรณีศึกษาสำหรับนักการเมืองและประชาชนทั่วไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขั้นตอนต่อไปและความเป็นไปได้ในอนาคต

หลังจากลาออกแล้ว ตำแหน่ง ส.ส. ว่างจะต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในเขตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อสมดุลทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนนายธนกรจะต้องเผชิญกับกระบวนการอุทธรณ์ที่อาจใช้เวลานานหลายเดือนหรือปี

ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายให้ความเห็นว่า คดีนี้มีความซับซ้อนเนื่องจากเกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะและประเด็นออนไลน์ ซึ่งอาจมีผลตัดสินที่แตกต่างกันในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ในภาพรวม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการเมืองไทยที่เชื่อมโยงกับกฎหมายและเทคโนโลยี โดยอาจมีผลกระทบระยะยาวต่อการดำเนินงานของพรรคการเมืองและความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบยุติธรรม