รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบาย 5 เสาหลัก ชูระบบ Cluster บริหารภาครัฐ หนุนข้าราชการ Work From Anywhere
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 9.05 น. ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำคณะรัฐมนตรีทั้ง 35 คน แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ภายหลังการเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 6 เมษายน โดยนายอนุทินย้ำความมุ่งมั่นในการบริหารราชการแผ่นดินบนหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การพิทักษ์สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการยึดหลักนิติธรรมกับธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็นระบบ Cluster
นายอนุทินประกาศว่ารัฐบาลจะปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็น “ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)” เพื่อสร้างความเข้าใจในภารกิจและทำงานบนเป้าหมายและตัวชี้วัดเดียวกัน โดยยึดความกินดีอยู่ดีของประชาชนเป็นเป้าหมายหลัก รัฐบาลจะทำหน้าที่รวมพลังภาคเอกชนและประชาชน เพื่อปลุกพลังสังคมไทยให้เข้มแข็ง สร้างบทบาทเชิงรุกของไทยในเวทีโลกอย่างมีเกียรติภูมิ ปกป้องอธิปไตยและส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติ พร้อมทั้งปรับบทบาทภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และเร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลของภาครัฐ พร้อมสนับสนุนให้ข้าราชการ Work From Anywhere
นโยบาย 5 ด้านครอบคลุม 21 หน้า
นโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาประกอบด้วย 5 ด้านหลัก ความยาวทั้งหมด 21 หน้า ดังนี้
- นโยบายด้านเศรษฐกิจ: เน้นส่งเสริมการลงทุน SMEs ลดการบั่นทอนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจและคนไทย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้ทันยุคดิจิทัลและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน เพิ่มบทบาทเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก เปลี่ยนผ่านการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรแม่นยำและยั่งยืน และยกระดับภาคท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง
- นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง: เน้นส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน มุ่งสานต่อความพยายามแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชาด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคี เร่งศึกษาแนวทางการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา (MOU 2544) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และทบทวนนโยบาย Free Visa
- นโยบายด้านสังคม: มุ่งเน้นเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา พัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้สามารถรักษาทุกที่ได้ทันที โดยปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมให้รองรับรูปแบบการจ้างในเศรษฐกิจสมัยใหม่ ยกระดับบริการสุขภาพด้วยการแพทย์มุ่งเป้าและเทคโนโลยี AI ทางการแพทย์
- นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม: บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ โดยเร่งรัดการใช้ Big Data และ AI ในการวิเคราะห์และพยากรณ์ข้อมูลการบริหารจัดการน้ำและการพยากรณ์อากาศให้แม่นยำระดับตำบล พัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่ครอบคลุมประชาชนทุกครัวเรือน ผลักดันให้ไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มพื้นที่ดูดซับก๊าซเรือนกระจก
- นโยบายด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย: ผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน (Super license) ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน เร่งเสนอร่างชุดกฎหมาย (omnibus law) เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากกฎหมายล้าสมัยให้มีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปี แก้ไขกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐและแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
ยืนยันทำทุกวิถีทางเพื่อประชาชน
ในช่วงท้าย นายอนุทินระบุว่ารัฐบาลพร้อมที่จะเติมเต็มและทุ่มเทสรรพกำลังที่มีอยู่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน และนำพาประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาที่เต็มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและเป็นพลังขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศในระยะยาว “กระผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับเคลื่อนให้ ประเทศไทยมั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกเชื่อมั่นประเทศไทย” นายอนุทินกล่าวสรุป



