“ปกรณ์” ออกโรงเคลียร์ปม พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน โวยสื่อตัดตอนคำจนกลายเป็นประเด็นร้อน
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 08.57 น. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยได้กวักมือเรียกสื่อเพื่อชี้แจงประเด็นการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท หลังจากที่การรายงานข่าวก่อนหน้านี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ยืนยันแค่ตอบข้อกฎหมาย ไม่ได้มีนัยทางการเมือง
นายปกรณ์ ระบุว่า ตนเพียงตอบคำถามของสื่อมวลชนตามข้อกฎหมายเท่านั้น โดยอ้างอิงรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ที่ระบุว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงินสามารถทำได้ แต่สื่อได้ตัดตอนคำพูดจนกลายเป็นประเด็นร้อน ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่า รัฐบาลจะดำเนินการกู้เงินทันที ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง
“ขอชี้แจงก่อน ที่สื่อถามตนว่า รัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงินทำได้หรือไม่ ตนจึงตอบว่าทำได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ตนอธิบายว่าทำอย่างไรได้บ้าง และนักข่าวถามว่า น่าจะมีการกู้เงินค้ำประกันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทำได้หรือไม่ ตนก็ตอบว่าทำได้ แต่ถามว่าเรื่องไปถึงไหน ตนบอกว่าไม่รู้ ต้องไปถามกระทรวงการคลัง กลายเป็นว่าตนไปบอกว่าจะกู้เงินซะแล้ว และคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ อย่างนี้ตนคิดว่าไม่ค่อยถูก” นายปกรณ์ กล่าว
โวยสื่อตัดตอนคำ สร้างความสับสนให้สังคม
รองนายกรัฐมนตรี ยังแสดงความไม่พอใจต่อการรายงานข่าวที่ตัดตอนคำพูด โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเข้าใจผิดและความวุ่นวายในสังคม “ทีหลังคิดว่าตนไม่ค่อยจะพูดแล้วจะดีกว่า และตนคิดว่าที่นายกฯ ไม่ค่อยจะให้สัมภาษณ์ ส่วนหนึ่งเพราะเวลาเอาไปลงมันตัดตอนไป แล้วคนเอาไปพูดกันไม่เข้าใจ หาว่าตนไปออฟไซด์รัฐบาล”
นายปกรณ์ ย้ำว่า ตนตั้งใจอธิบายตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมให้ความรู้ทางกฎหมายในรายละเอียด แต่ไม่ต้องการให้ถูกตีความในแง่การเมือง “คำถามที่ได้รับคือแบบนั้น และตนตั้งใจอธิบายตามกฎหมาย ไม่ได้มีอะไร ยินดีที่จะให้ความรู้ทางกฎหมายในรายละเอียด ประเด็นการเมืองตนไม่รับ ตนรับไม่ได้”
ย้ำจุดยืนไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ทำเพื่อชาวบ้าน
ในระหว่างการสัมภาษณ์ นายปกรณ์ ได้ยกมือขวาที่สวมใส่ริสแบนด์สีเหลือง ซึ่งมีข้อความ “Better Regulation for Better Life” ขึ้นมา พร้อมกล่าวว่า “สิ่งที่อยู่ในข้อมือผม บอกตลอดเวลาว่า ต้องทำอะไรให้ชาวบ้าน แต่ไม่เอาการเมือง ขอร้อง” โดยเขาย้ำว่า ตนไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ
เมื่อถูกถามถึงตัวเลข 5 แสนล้านบาท นายปกรณ์ ชี้แจงว่า เป็นคำถามนำจากสื่อมวลชน และตนไม่ได้ยืนยันตัวเลขดังกล่าว “ตัวเลข 5 แสนล้านเมื่อวาน ใครเป็นคนถามผมตอนแรก... ผมบอกว่า ไม่รู้ ไปถามกระทรวงการคลังดูสิ แล้วเขาบอกว่า 5 แสนล้านได้ไหมอาจารย์ ผมก็บอกว่าประมาณนั้นมั้ง แล้วผมก็หัวเราะ ไปเปิดเทปดูได้”
เรียกร้องให้สังคมเข้าใจร่วมกัน อย่าทะเลาะกัน
นายปกรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญคือการประคับประคองประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าในสถานการณ์วิกฤติซ้อนวิกฤติ “บางคนไม่ทันไรตั้งท่าจะค้านแล้ว สิ่งที่เราต้องทำในอนาคตประคองบ้านเมืองให้ไปข้างหน้าในสถานการณ์ที่คุณเรียกว่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ แต่มันคือนิวนอร์มอลของโลกนี้ที่มันเกิดขึ้นแล้ว และเราต้องอยู่กับมันในอนาคต เราจะส่งต่อเรื่องแบบนี้ให้คนรุ่นถัดไปได้อย่างไร อย่ามามัวทะเลาะกัน เล่นอะไรแบบนี้ไม่ดี”
ก่อนจบการสัมภาษณ์ เขาได้ยกมือไหว้สื่อมวลชนและกล่าวว่า “ขออนุญาตนะ ไม่ได้ดุ แต่อยากสร้างความเข้าใจร่วมกัน” แสดงถึงความตั้งใจที่จะลดความขัดแย้งและส่งเสริมการสื่อสารที่ถูกต้องในสังคม



