รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท รับมือวิกฤติซ้ำซ้อนจากพลังงานและสภาพอากาศ
รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท รับมือวิกฤติ

รัฐบาลเตรียมออกพระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาท รับมือวิกฤติซ้ำซ้อน

รัฐบาลกำลังพิจารณาดำเนินการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินวงเงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกที่คาดการณ์ได้ยาก โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยที่เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ว่า การออก พ.ร.ก. เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้เพื่อรองรับวิกฤติ โดยอ้างอิงมาตรา 172 ที่ระบุว่าสามารถดำเนินการในกรณีฉุกเฉินจำเป็นรีบด่วนเพื่อความมั่นคงหรือเศรษฐกิจ

เหตุผลเร่งด่วนและขั้นตอนทางกฎหมาย

นายปกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความจำเป็นเร่งด่วนและเป็นกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากสถานะเงินคงคลังมีค่อนข้างน้อยและมีความตึงตัว ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน โดยเฉพาะปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์สงครามและวิกฤตสภาพแวดล้อม อย่างปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ที่จะส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและเศรษฐกิจในวงกว้าง รัฐบาลจึงต้องมีงบประมาณสำรองเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเหล่านี้

ในทางปฏิบัติ แม้การกู้เงินจริงอาจจะไม่เต็มวงเงิน 500,000 ล้านบาท แต่ตามหลักการบริหารหนี้สาธารณะ รัฐบาลจำเป็นต้องขยายเพดานหนี้ตามวงเงินกู้เต็มจำนวนที่ระบุไว้ในกฎหมายก่อน ขั้นตอนทางกฎหมายระบุว่า เมื่อรัฐบาลดำเนินการออก พ.ร.ก. เสร็จสิ้นแล้ว ต้องนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในโอกาสแรกที่สามารถทำได้ทันที

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การขยายเพดานหนี้สาธารณะและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

การออก พ.ร.ก.กู้เงิน จะต้องดำเนินการภายหลังจากที่มีการขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% ในปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันหนี้อยู่ที่ประมาณ 66% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) โดยมีความจำเป็นต้องขยายเพดานขึ้นไป กระทรวงการคลังจะสรุปเพดานอีกครั้งเพื่อรองรับวงเงินกู้ใหม่ เนื่องจากพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) ในปัจจุบันเริ่มมีจำกัด

สำหรับสถานะทางกฎหมายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายปกรณ์ กล่าวว่า ข้อเสนอเรื่องการออก พ.ร.ก. ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมันฯ วงเงิน 1.5 แสนล้านบาทนั้น ยังมีการพิจารณาถึงความจำเป็นอยู่ ตามวัตถุประสงค์เดิม กองทุนฯ ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างเสถียรภาพเพื่อรองรับความผันผวนของราคาพลังงานในระยะชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งตามหลักการควรมีวงเงินหมุนเวียนอยู่เพียง 20,000-40,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีการใช้เงินกองทุนฯ เพื่ออุดหนุนราคาเป็นเวลานานจนผิดวัตถุประสงค์เดิม ส่งผลให้เกิดหนี้สะสมกว่าแสนล้านบาท หากในอนาคตมีความจำเป็นต้องเสริมสภาพคล่องเพิ่มเติม รัฐบาลจะต้องพิจารณาข้อกฎหมายและสถานการณ์ของกองทุนน้ำมันอีกครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานที่อาจเพิ่มสูงขึ้นได้ในอนาคต